⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2175/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2175/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เครื่องจักรที่ใช้ในการกระทำผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายป่าไม้ ต้องถูกริบตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

เครื่องจักรเลื่อยวงเดือน เครื่องจักรเลื่อยสายพานเครื่องจักรใช้เจาะไม้และเครื่องจักรไสไม้ ซึ่งจำเลยใช้ในการตั้งโรงงานแปรรูปไม้สัก ไม้ยาง โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 116 ข้อ 4 จึงต้องริบ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 4)พ.ศ.2503 มาตรา 18 (อ้างฎีกาที่ 1572/2505) ความผิดฐานตั้งโรงงานไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงงานมีอัตราโทษปรับสถานเดียว จึงเบากว่าความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้สัก ไม้ยาง โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกและปรับ ต้องปรับบทลงโทษฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้สัก ไม้ยาง โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยฐานตั้งโรงงานไม่ได้รับอนุญาต วางโทษปรับ 5,000 บาทโจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมาศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ปรับบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้องโดยไม่เพิ่มเติมโทษจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 116 ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.18 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.18 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512 ม.43

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ฟังได้ว่าจำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้สักไม้ยาง โดยไม่ได้รับอนุญาต ด้วยเครื่องจักรเกินกว่า ๒ แรงม้าและมีไม้สัก ไม้ยาง แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยของกลางคือไม้แปรรูปกับเครื่องจักรซึ่งจำเลยใช้ในการกระทำผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ อันได้แก่เครื่องจักรเลื่อยวงเดือน เครื่องจักรสายพานเครื่องจักรใช้เจาะไม้ และเครื่องจักรใช้ไสไม้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้และพระราชบัญญัติโรงงานลงโทษฐานตั้งโรงงานไม่รับอนุญาตปรับ ๕,๐๐๐ บาท กระทงหนึ่ง และฐานมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองไม่รับอนุญาตจำคุก ๑ ปี ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท อีกระทงหนึ่งจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๗,๕๐๐ บาทโทษจำคุกให้รอไว้ ๓ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอไม่ให้ริบเครื่องมือ เครื่องจักรของกลาง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้กล่าวหาว่าจำเลยทำการแปรรูปไม้ ความผิดของจำเลยจึงอยู่ที่การไม่ได้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้เท่านั้น เครื่องมือเครื่องจักรของกลางไม่ได้ความว่าจำเลยได้ใช้ในการแปรรูปไม้จะถือว่าจำเลยได้ใช้ในการกระทำผิดหรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิดไม่ได้ จึงไม่ต้องริบ พิพากษาแก้ว่าไม่ริบเครื่องมือจักรของกลาง ให้คืนเจ้าของ โจทก์ฎีกาขอให้ริบเครื่องมือเครื่องจักรของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓มาตรา ๑๘ บัญญัติว่า "บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะหรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำผิดตาม มาตรา ๑๗,๔๘, ๕๔ หรือ มาตรา ๖๙ ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่" เห็นว่าเครื่องมือและเครื่องจักรของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑๖ ข้อ ๔ จึงต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๘ ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๗๒/๒๕๐๕ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยฐานตั้งโรงงานไม่รับอนุญาต วางโทษปรับ ๕,๐๐๐ บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นยังคลาดเคลื่อนอยู่ เพราะความผิดฐานตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ มีอัตราโทษปรับสถานเดียวจึงเบากว่าความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้สักไม้ยางโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกและปรับจะลงโทษปรับสถานเดียวทำได้ไม่ ต้องปรับบทลงโทษฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้สักไม้ยางอันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐แต่เนื่องจากโจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลย ศาลฎีกาจึงพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ปรับบทลงโทษจำเลยฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้สัก ไม้ยางไม่รับอนุญาต ริบเครื่องมือ เครื่องจักรกลนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2175/2517 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นางปทุม สุธรรมชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นางปทุม สุธรรมชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพิชัย วุฒิจำนงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญเลิศ เผ่าภิญโญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 628/2493ฎีกา 7281/2537ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา