⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 659/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดหรือเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดย่อมต้องริบเสียตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำการแปรรูปไม้สักและมีไม้สักแปรรูปไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ตามฟ้องโจทก์ได้บรรยายว่าเกวียน 1 เล่ม โค 2 ตัวของกลางที่โจทก์ขอให้ริบนั้นเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยร่วมกันใช้ในการกระทำผิดและใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิดคดีนี้ ย่อมหมายความว่า รวมทั้งจำเลยร่วมกันใช้เกวียนและโคนั้นเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด คือ การแปรรูปไม้สักและมีไม้สักแปรรูปไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยนั่นเอง เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้องโดยไม่ต่อสู้คดี ก็ต้องถือว่า เกวียนและโคของกลางนั้นเป็นของที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้ ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามที่โจทก์บรรยายไว้ในฟ้องอันต้องริบเสียตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 18

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันทำการแปรรูปไม้สักหวงห้าม ๑ ท่อน และมีไม้สักแปรรูป ๔๖ แผ่น ไว้ในความครอบครองปริมาตรเนื้อไม้ ๐.๔๐ ลูกบาศก์เมตร ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับได้ขณะใช้เกวียนชักลากไม้นั้น และยึดได้ไม้สัก ๔๖ แผ่น กับเกวียน ๑ เล่ม โค ๒ ตัว เลื่อย ๑ ปื้น อันเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยร่วมกันใช้ในการกระทำผิดและใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิดคีดนี้เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษและริบของกลาง จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง เลื่อยของกลางริบ ส่วนเกวียนและโคเห็นว่ามิได้ใช้ในการกระทำผิดให้คืนเจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบเกวียนและโคของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ได้บรรยายว่าเกวียน ๑ เล่ม โค ๒ ตัว ของกลางที่โจทก์ฎีกาขอให้ริบนั้น เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยร่วมกันใช้ในการกระทำผิดและใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิดคดีนี้ ก็คือ หมายความว่า รวมทั้งจำเลยร่วมกันใช้เกวียนและโคดังกล่าวนั้นเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด คือ การแปรรูปไม้สักและมีไม้สักแปรรูปไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยนั่นเอง ฟ้องโจทก์ดังนี้ เมื่อจำเลยทั้งสามรับสารภาพและโดยเฉพาะจำเลยที่ ๓ ได้รับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการ โดยจำเลยทั้ง ๓ ไม่ได้ต่อสู้คดีประการใด เช่นนี้ ก็ต้องถือว่าเกวียนและโคของกลางนั้นเป็นของที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามที่โจทก์บรรยายไว้ในฟ้อง อันต้องริบเสียตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๘ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ริบเกวียนและโคของกลางเสียด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2506 อัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายแก้ว ปัญญา ที่ 1 นายสน ชัยทวี ที่ 2 นายยัง ก๋าละวัน ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงราย · ล. - นายแก้ว ปัญญา ที่ 1 นายสน ชัยทวี ที่ 2 นายยัง ก๋าละวัน ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายปชา นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1572/2505ฎีกา 274/2521ฎีกา 786/2519ฎีกา 1539/2522ฎีกา 894/2513ฎีกา 1602-1603/2509ฎีกา 695/2506ฎีกา 1411/2506ฎีกา 170/2505ฎีกา 993-996/2506ฎีกา 1209/2506ฎีกา 185-195/2511ฎีกา 1574/2505ฎีกา 947/2504ฎีกา 2175/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา