⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 413/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2506

ป.พ.พ. ม.1635, 1636

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแบ่งมรดกต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

ย่อคำพิพากษา

มรดกหรือการแบ่งมรดกจะมีขึ้นได้ต่อเมื่อบุคคลถึงแก่ความตาย ฉะนั้น เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายในขณะใช้กฎหมายใด ก็ต้องตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายซึ่งใช้อยู่ในขณะนั้น เป็นสามีภริยากันมาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5-6 แต่ตายจากกันภายหลังใช้ บรรพ 5-6 แล้วต้องแบ่งมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1635 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1636

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1635 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1636 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกว่า นายเจริญ บิดาโจทก์มีภริยา ๕ คน และต่างมีบุตรด้วยกัน ขณะที่นายเจริญมีชีวิตอยู่ บรรดาภริยาและบุตรต่างก็ปลูกเรือนและอาศัยทำกินในนาที่พิพาท เมื่อนายเจริญตายแล้ว บรรดาบุตรทุกคนก็ยังคงอาศัยทำกินในที่พิพาทตลอดมา ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอแบ่งแยกที่พิพาทให้ลูกของตนเท่านั้น จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นมรดกของบิดาโจทก์ ขอให้แบ่งให้โจทก์แต่ละคนให้ได้รับคนละ ๑ ใน ๑๔ ส่วน จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งที่พิพาทออกเป็น ๑๔ ส่วน ให้โจทก์ได้คนละ ๑ ใน ๑๔ ส่วน ถ้าแบ่งไม่ได้ให้ประมูลระหว่างผู้รับมรดกก่อน หากไม่สามารถจะทำได้ก็ให้ขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งให้โจทก์คนละ ๑ ใน ๑๔ ส่วน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อ ๕ ของจำเลยที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าจำเลยกับนายเจริญเป็นสามีภริยากันก่อนภริยาคนอื่น ๆ จำเลยจึงเป็นภริยาหลวง แม้นายเจริญจะตายภายหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๖ ก็ตาม ก็ต้องแบ่งมรดกตามกฎหมายมรดก และบุตรของจำเลยซึ่งเป็นภริยาหลวงก็ย่อมได้ส่วนแบ่งตามกฎหมายมรดกเช่นเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นว่า มรดกหรือการแบ่งมรดกจะมีขึ้นได้ต่อเมื่อบุคคลถึงแก่ความตาย ฉะนั้น เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายในขณะใช้กฎหมายใด ก็ต้องตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายซึ่งใช้อยู่ในขณะนั้น คดีนี้นายเจริญเจ้ามรดกตายเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๖ แล้ว จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๖ บังคับ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2506 นางเสนาะ มากเกตุ ที่ 1 นางทองอยู่ เถาวัลย์ ที่ 2 นางจรูญ คอคง ที่ 3 โจทก์ นางละม่อม กอนทรัพย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเสนาะ มากเกตุ ที่ 1 นางทองอยู่ เถาวัลย์ ที่ 2 นางจรูญ คอคง ที่ 3 · ล. - นางละม่อม กอนทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายแผ้ว ศิวะบวร · ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเตียน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1028/2564ฎีกา 2857/2558ฎีกา 2671/2548ฎีกา 5750-5751/2533ฎีกา 5350/2536ฎีกา 1574/2493ฎีกา 3408/2525ฎีกา 618/2488ฎีกา 680/2481ฎีกา 180/2485ฎีกา 2401/2515ฎีกา 1023/2566ฎีกา 1276/2558ฎีกา 930/2491ฎีกา 304-305/2501ฎีกา 3884/2560ฎีกา 4837/2567ฎีกา 557-558/2524ฎีกา 1302/2495ฎีกา 561-562/2524ฎีกา 14174/2557ฎีกา 1976/2552ฎีกา 3527/2535ฎีกา 5750/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา