⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3408/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3408/2525

ป.พ.พ. ม.172, 191, 1118 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.172, 249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกจะทำนิติกรรมใดอันเกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือบุคคลที่สาม โดยมีส่วนได้เสียขัดแย้งกับประโยชน์ของกองมรดกไม่ได้ แม้จะเป็นการกระทำในฐานะส่วนตัวก็ตาม นิติกรรมนั้นย่อมตกเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของสามีโจทก์ร่วมกับโจทก์ เอาทรัพย์สินกองมรดกมาทำสัญญาแบ่งให้ตนเองประโยชน์ส่วนได้เสียของจำเลยย่อมเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก แม้จะเป็นการกระทำในฐานะส่วนตัวก็ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1722 สัญญาแบ่งทรัพย์นั้นจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าบันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะ เพราะทำขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย มิได้มีคำขอเกี่ยวกับทรัพย์สินตามสัญญานั้นแต่อย่างใด เป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.191 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1635 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1722 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1728 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1729 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1730 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1731 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1733

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.191 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายเกรียงศักดิ์ หรือกิ้มสุย ตรีวรพันธ์หรือแซ่ตี๋ สามีโจทก์ร่วมกับโจทก์ตามคำสั่งศาล ไม่ดำเนินการจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามหน้าที่ กีดกันไม่ยอมให้โจทก์เข้าควบคุมและจัดการทรัพย์มรดก พยายามปิดบังทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยใช้กลฉ้อฉลทำให้โจทก์หลงเชื่อว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายมีเพียงเท่าที่ตกลงแบ่งทรัพย์สินกัน โจทก์หลงเชื่อ จึงได้ทำบันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินกับจำเลย ความจริงผู้ตายมีทรัพย์มรดกเป็นจำนวนมาก การที่จำเลยทำบันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินเป็นการแบ่งเอาทรัพย์มรดกของผู้ตายไปเป็นของตนโดยไม่มีสิทธิ ทั้งเป็นการทำนิติกรรมที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกทำกับตนเองโดยจำเลยมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก และมิได้รับอนุญาตจากศาลนิติกรรมดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ไม่ผูกพันโจทก์หรือทายาทของกองมรดก นอกจากนี้จำเลยยังหลอกลวงให้โจทก์ ลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดิน แล้วนำไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายเป็นของจำเลย และจำเลยได้เบียดบังรายได้จากรถยนต์โดยสารรวม ๖๕ คันอันเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย ซึ่งมีรายได้สุทธิวันละไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ บาทกับรายได้ที่ผู้ตายเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทนครบริการขนส่งจำกัดจำนวน ๕๐๐ หุ้นมูลค่าหุ้นละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีรายได้จากกิจการเดินรถวันละไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาทซึ่งตกได้แก่กองมรดกครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกและในฐานะกรรมการของบริษัทดังกล่าวมิได้จัดการแบ่งผลกำไรให้แก่กองมรดกหรือทายาท ขอให้ศาลพิพากษาว่าหนังสือบันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะ ห้ามจำเลยโอนทรัพย์สินที่มีชื่อผู้ตายทั้งหมด และทรัพย์สินกองมรดกที่จำเลยได้โอนไปก็ให้จัดการโอนกลับคืนสู่สภาพเดิม ให้จำเลยส่งมอบเอกสารโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ใบหุ้นบริษัทนครบริการขนส่งจำกัด เลขที่ ๑ - ๕๐๐ ทะเบียนรถยนต์ตลอดจนเอกสารที่เกี่ยวข้องที่มีชื่อผู้ตายทั้งหมด และแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดินที่มีลายมือชื่อของนางนิตยา ตรีวรพันธุ์คืนให้โจทก์ ให้โจทก์มีสิทธิเข้าครอบครองดูแลทรัพย์สินอันเป็นมรดกที่มีชื่อผู้ตายได้ด้วย จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นพี่น้องกับนายเกรียงศักดิ์ ตรีวรพันธุ์ผู้ตายได้ดำเนินการค้าร่วมกัน ก่อนโจทก์สมรสกับผู้ตายหลายปี มีทรัพย์สินและหนี้สินระคนปนกันอยู่ทั้งในนามของจำเลยและในนามของผู้ตาย ยังมิได้มีการแบ่งแยก จนกระทั่งนายเกรียงศักดิ์ ตรีวรพันธ์ ถึงแก่กรรม หลังจากศาลตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว โจทก์ต้องการแบ่งแยกทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมของผู้ตาย ซึ่งเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์กับของจำเลยออกจากกัน โจทก์จำเลยจึงได้ตกลงแบ่งแยกทรัพย์สินตามบันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๑ โดยความสมัครใจของโจทก์ทุกประการ ก่อนทำการแบ่งแยกจำเลยมิได้ปิดบังทรัพย์มรดก มิได้กีดกันโจทก์เข้าควบคุมจัดการทรัพย์มรดกจำเลยไม่เคยใช้ฉ้อฉลโจทก์ การตกลงแบ่งทรัพย์ทำต่อหน้าปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีมารดาโจทก์เป็นที่ปรึกษาและลงลายมือชื่อเป็นพยานการทำความตกลงแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวก็เพื่อแบ่งแยกส่วนกรรมสิทธิ์รวมออกจากกัน ไม่ใช่ทำบันทึกเอาทรัพย์สินกองมรดกมาให้แก่จำเลย และมิใช่จำเลยทำกับตนเอง มิใช่เป็นการทำนิติกรรมซึ่งจำเลยมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก ไม่เป็นการก่อตั้งสิทธิใหม่ ไม่ทำให้ทายาทกองมรดกเสียเปรียบจึงไม่เป็นโมฆะนอกจากนี้จำเลยยังให้การต่อสู้อีกหลายประการ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยแถลงร่วมกันว่าไม่ติดใจสืบพยานและสละประเด็นข้อพิพาทอื่นในคดี ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเพียงว่าสัญญาแบ่งทรัพย์ท้ายฟ้องฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๑ มีผลใช้บังคับตามกฎหมายหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาแบ่งทรัพย์สินท้ายฟ้องฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๑ เป็นเพียงการแบ่งแยกทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวม ซึ่งจำเลยสามารถตกลงแบ่งแยกกับโจทก์ผู้เป็นทายาทของเจ้าของรวมที่ถึงแก่ความตายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๔ กรณีมิใช่เป็นการเข้าทำนิติกรรมซึ่งจำเลยมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๒ สัญญาดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า หนังสือบันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๑ เป็นโมฆะ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กองมรดกของผู้ตายอันได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายรวมทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ย่อมตกทอดแก่ทายาทของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ และ ๑๖๐๐ โจทก์จำเลยทำสัญญาแบ่งทรัพย์สินให้ไว้ต่อกันตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ โดยข้อ ๑ ของสัญญาดังกล่าวระบุถึงรายการทรัพย์สินที่ตกเป็นส่วนได้ของโจทก์ซึ่งมีที่ดินรวมสิบเอ็ดแปลง อาคารพาณิชย์สองคูหา รถยนต์บรรทุกสองคันรถยนต์เก๋งหนึ่งคัน รถยนต์โดยสารหนึ่งคันและเงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาทและตามข้อ ๒ ระบุให้ทรัพย์สินนอกจากที่กล่าวในข้อ ๑ แม้อยู่ในนามนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุย ให้ตกเป็นส่วนของจำเลย หนี้สินต่าง ๆ ของนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยก็ให้ตกเป็นส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยฝ่ายเดียว แม้ข้อความตอนต้นในสัญญาดังกล่าวถึงการที่นายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยกับจำเลยดำเนินกิจการต่าง ๆ ร่วมกัน มีทรัพย์สินและหนี้สินในนามของจำเลยบ้างนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยบ้างระคนปนกันอยู่ แต่สัญญาดังกล่าวก็มิได้ระบุให้ปรากฏถึงกิจการที่นายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยกับจำเลยดำเนินร่วมกันทรัพย์สินและหนี้สินที่จะถือว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันก็มิได้มีรายการแสดงไว้ ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่าทรัพย์สินที่นำมาแบ่งกันตามบันทึกตกลงดังกล่าวล้วนแต่เป็นทรัพย์สินซึ่งมีชื่อนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เช่นรายการทรัพย์สินอันเป็นที่ดินดังที่ระบุในข้อ ๑ ของสัญญาดังกล่าวและรายการทรัพย์สินในข้อ ๒ ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีทรัพย์สินของจำเลยซึ่งนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของถูกนำมาแบ่งตามสัญญานี้ด้วยแต่อย่างใด แม้แต่หุ้นของนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยในบริษัทนครบริการขนส่ง จำกัด จำนวน ๕๐๐ หุ้นซึ่งถือได้ว่าเป็นทรัพย์มรดกของนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยผู้ตาย จำเลยก็ให้การว่าเป็นทรัพย์ที่จะต้องบังคับตามบันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ คือตกเป็นส่วนของจำเลยตามสัญญาแบ่งทรัพย์สินดังกล่าว ดังนี้ การที่จำเลยอ้างว่าสัญญาแบ่งทรัพย์สินที่ทำให้ไว้ต่อกันไม่ใช่นิติกรรมก่อตั้งสิทธิใหม่จึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามสัญญากรณีแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่า โจทก์จำเลยเอาทรัพย์สินอันเป็นทรัพย์มรดกของนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยผู้ตายตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นมาทำสัญญาแบ่งกัน มิใช่เป็นการแบ่งทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมดังข้ออ้างของจำเลยการที่จำเลยเอาทรัพย์สินกองมรดกของนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุยผู้ตายซึ่งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกมาทำสัญญาแบ่งให้จำเลย ประโยชน์ส่วนได้เสียของจำเลยย่อมเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกอยู่ในตัว แม้จะอ้างว่าเป็นการกระทำในฐานะส่วนตัวต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๒ เพราะขณะทำสัญญาจำเลยยังเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ตามคำสั่งศาลอยู่ สัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างโจทก์กับจำเลยเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ จึงตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ที่ศาลพิพากษามาในข้อนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่า บันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างโจทก์จำเลยฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๑ ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ซึ่งทำขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย ให้ตกเป็นโมฆะ โดยโจทก์ขอสละประเด็นข้อพิพาททั้งหมดคงขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเฉพาะในประเด็นดังกล่าวเพียงข้อเดียว โจทก์มิได้มีเกี่ยวกับทรัพย์สินตามสัญญาที่ว่านี้แต่อย่างใดและจำเลยให้การต่อสู้ถึงการที่โจทก์ถือเอาประโยชน์ตามสัญญานี้แต่เพียงว่าโจทก์ได้เข้าอยู่ในอาคารพาณิชย์และรับเงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาทไปแล้ว คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลสำหรับฟ้องอุทธรณ์อย่างคดีมีทุนทรัพย์ และในชั้นฎีกาจำเลยก็เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนจึงเป็นการไม่ถูกต้อง พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลที่โจทก์จำเลยเสียเกินมาในชั้นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3408/2525 นางนิตยา ตรีวรพันธุ์ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของ เด็กหญิงกุลวรา ตรีวรพันธ์ โจทก์ นายเหี้ยง ตรีวรพันธุ์ หรือแซ่ตี๋ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของ - นางนิตยา ตรีวรพันธุ์ · โจทก์ - เด็กหญิงกุลวรา ตรีวรพันธ์ · จำเลย - นายเหี้ยง ตรีวรพันธุ์ หรือแซ่ตี๋
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · อุดม บรรลือสินธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายธนพจน์ อารยลักษณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเผอิญ สถานสถิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 272/2490ฎีกา 3231/2557ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 6105/2531ฎีกา 14887/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1249/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา