⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3884/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3884/2560

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิเรียกร้องที่ยังไม่ได้ชำระหนี้ จะมีผลผูกพันลูกหนี้ได้ก็ต่อเมื่อได้ทำเป็นหนังสือ และหากผู้รับโอนเป็นทายาทของผู้โอน ผู้รับโอนย่อมมีสิทธิได้รับมรดกตามส่วนที่ตนมีสิทธิ.

ย่อคำพิพากษา

แม้หากฟังได้ว่าผู้ตายบอกยกเงินค่าที่ดินที่จะได้รับจากจำเลยให้แก่โจทก์ แต่เนื่องจากเป็นหนี้ที่จำเลยมีต่อผู้ตายแล้วยังมิได้ชำระ การให้เงินค่าขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์อันเป็นสิทธิเรียกร้องของผู้ตายที่มีต่อจำเลยจึงเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง เมื่อการโอนสิทธิเรียกร้องของผู้ตายให้แก่โจทก์ไม่มีการทำเป็นหนังสือย่อมไม่มีผลผูกพันผู้ตาย จำเลยซึ่งเป็นทายาทและลูกหนี้ของผู้ตาย ไม่มีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่โจทก์ เมื่อผู้ตายมีจำเลยและ ท. เป็นทายาทประเภทพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (3) โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายประเภทคู่สมรส จึงมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1635 (2) โจทก์ได้รับเงินกึ่งหนึ่งของทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงถือได้ว่าโจทก์ได้รับมรดกของผู้ตายตามสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.306 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1635

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 500,208.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ 31 ธันวาคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ต้นเงินและดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 มกราคม 2557) ต้องไม่เกิน 500,208.33 บาท ตามคำขอของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติโดยคู่ความมิได้โต้แย้งว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายวิชิต ผู้ตาย แต่ไม่มีบุตร บิดามารดาถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว ส่วนจำเลยและนางทัศนีย์ เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย ผู้ตาย จำเลยและนางทัศนีย์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 77693 ตำบลจรเข้บัว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยการรับมรดก เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2553 ผู้ตายทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนขายให้แก่จำเลย ในราคา 1,500,000 บาท กำหนดชำระในวันทำสัญญา 500,000 บาท งวดที่ 2 ชำระ 500,000 บาท ภายในเดือนธันวาคม 2553 งวดที่ 3 ชำระ 500,000 บาท หลังจากชำระงวดที่ 2 แล้วเป็นเวลา 3 ปี ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ผู้ตายจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยในวันทำสัญญาแล้ว ในเดือนธันวาคม 2553 จำเลยไม่ได้ชำระเงินงวดที่ 2 ต่อมาวันที่ 4 ธันวาคม 2554 ผู้ตายถึงแก่ความตาย หลังจากนั้น 1 วัน จำเลยโอนเงินให้แก่โจทก์ 250,000 บาท และมอบเงินให้แก่โจทก์ 50,000 บาท ตามสำเนาใบถอนเงิน ต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 โจทก์และจำเลยทำบันทึกข้อตกลงว่าจำเลยจะชำระเงินให้แก่โจทก์ 200,000 บาท โดยผ่อนชำระ 20 งวด ตามบันทึกข้อตกลง ต่อมาจำเลยชำระเงินทั้งยี่สิบงวด ครบถ้วนแล้ว จำเลยไม่ได้ชำระเงินงวดที่ 3 จำนวน 500,000 บาท ให้แก่โจทก์ โจทก์เป็นทายาทของผู้ตายเนื่องจากเป็นคู่สมรส จำเลยและนางทัศนีย์เป็นทายาทของผู้ตายเนื่องจากเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า เงินตามสัญญาจะซื้อจะขายงวดที่ 2 และงวดที่ 3 รวม 1,000,000 บาท เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายและโจทก์ได้รับเงินในส่วนของโจทก์ไปแล้วหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าผู้ตายแสดงเจตนายกเงินค่าที่ดินให้แก่โจทก์เพื่อเป็นค่าดำรงชีพของโจทก์ และนำสืบว่าผู้ตายป่วยเป็นโรคมะเร็ง โจทก์เป็นผู้ดูแลและจ่ายค่ารักษาพยาบาล ผู้ตายรู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นานและโจทก์เสียค่ารักษาผู้ตายจำนวนมาก ผู้ตายจึงบอกยกเงินค่าขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายงวดที่ 2 และงวดที่ 3 ให้แก่โจทก์ ดังนี้ แม้หากฟังได้ว่าผู้ตายบอกยกเงินค่าที่ดินที่จะได้รับจากจำเลยให้แก่โจทก์ แต่เนื่องจากเป็นหนี้ที่จำเลยมีต่อผู้ตายแล้วยังมิได้ชำระ การให้เงินค่าขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์อันเป็นสิทธิเรียกร้องของผู้ตายที่มีต่อจำเลยจึงเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า การโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงนั้น ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าไม่สมบูรณ์ ฯลฯ เมื่อการโอนสิทธิเรียกร้องของผู้ตายให้แก่โจทก์ไม่มีการทำเป็นหนังสือย่อมไม่มีผลผูกพันผู้ตาย แม้จำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้เรื่องนี้ แต่เป็นอำนาจและหน้าที่ของศาลในการปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายอันเป็นการปรับบทกฎหมาย ดังนี้ จำเลยซึ่งเป็นทายาทและลูกหนี้ของผู้ตาย ไม่มีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่โจทก์ สิทธิของผู้ตายที่จะได้รับเงินตามสัญญาจะซื้อจะขายงวดที่ 2 และงวดที่ 3 รวม 1,000,000 บาท จึงตกเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายที่จะต้องนำมาแบ่งปันให้แก่ทายาท เมื่อผู้ตายมีจำเลยและนางทัศนีย์เป็นทายาทประเภทพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (3) โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายประเภทคู่สมรส จึงมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1635 (2) ทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้รับเงินงวดที่ 2 จำนวน 500,000 บาท อันเป็นเงินกึ่งหนึ่งของทรัพย์มรดกของผู้ตายดังกล่าว จึงถือได้ว่าโจทก์ได้รับมรดกของผู้ตายตามสิทธิของโจทก์ตามที่จำเลยฎีกาแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง แม้จำเลยมิได้ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 (เดิม) เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ปัญหาข้ออื่นตามฎีกาของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3884/2560 นางรัตนาภรณ์ เยาวบิดา ในฐานะทายาทโดยธรรมของ นายวิชิต เยาวบิดา ผู้ตาย โจทก์ นายวิชัย เยาวบิดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางรัตนาภรณ์ เยาวบิดา ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายวิชิต เยาวบิดา ผู้ตาย · จำเลย - นายวิชัย เยาวบิดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · รังสรรค์ ดวงพัตรา · ชลิศร์ สวัสดิทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายภูมิชัย พันธพฤทธ์พยัต · ศาลอุทธรณ์ - นายนเรศ กลิ่นสุคนธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3018/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4339/2550ฎีกา 5324/2542ฎีกา 603/2509ฎีกา 208/2512ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 1924/2523ฎีกา 406/2510ฎีกา 536/2498ฎีกา 4561/2545ฎีกา 6631/2568ฎีกา 3208/2538ฎีกา 2409/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 295/2508ฎีกา 4306/2528ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1188/2482ฎีกา 58/2491ฎีกา 4872/2550ฎีกา 878/2518ฎีกา 832/2497ฎีกา 2838/2527ฎีกา 1148/2481ฎีกา 111/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา