⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 517/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ได้แสดงสภาพแห่งข้อหาของจำเลยที่ 3 รวมทั้งขออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาชัดแจ้งแล้ว ศาลย่อมพิพากษาบังคับจำเลยที่ 3 ได้ แม้โจทก์จะมิได้ขอแก้คำขอท้ายฟ้องให้รวมถึงจำเลยที่ 3 ด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 - 2 ปลูกเรือนในที่ดินของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองกับบริวารออกจากที่ดินและรื้อถอนเรือนออกไป ต่อมาโจทก์ขอแก้ฟ้องว่า เรือนเป็นของมารดาจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 - 2 อาศัยอยู่ด้วยในฐานะบริวาร ขอให้เรียกมารดาจำเลยที่ 2 มาเป็นจำเลยที่ 3 ด้วย ดังนี้ แม้โจทก์จะมิได้ขอแก้คำขอท้ายฟ้อง ซึ่งขอให้บังคับจำเลยที่ 1 - 2 ให้รวมถึงจำเลยที่ 3 ด้วยก็ตาม ศาลก็ย่อมพิพากษาบังคับจำเลยที่ 3 ตามคำขอนั้นได้เพราะตามคำฟ้องเดิมของโจทก์ ประกอบคำร้องขอแก้ฟ้องก็ได้แสดงสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ต่อจำเลยที่ 3 รวมทั้งขออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาชัดแจ้งอยู่แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนด ๑๐๖๓๖ กับที่งอกริมตลิ่ง โดยซื้อจากการขายทอดตลาดของศาล จำเลยที่ ๑ -๒ ได้ปลูกเรือน ๒ หลัง ครัว ๑ หลัง ในที่งอกดังกล่าว โจทก์ให้จำเลยรื้อถอนออกไป จำเลยก็เพิกเฉย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองกับบริวารออกจากที่ดินและรื้อถอนอาคารออกไป จำเลยทั้งสองให้การว่าที่พิพาทเป็นที่ว่างเปล่านอกโฉนด มิใช่ที่งอกของที่ดินโจทก์ จำเลยครอบครองมา ๒๓ ปีแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ขอให้ยกฟ้อง โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้เรียกนางทองอ่อนมารดาจำเลยที่ ๒ เข้ามาเป็นจำเลยที่ ๓ โดยอ้างว่า จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าของเรือนและครัวดังกล่าว จำเลยที่ ๑ - ๒ อยู่ในอาคารของจำเลยที่ ๓ ในฐานะอาศัย ถือว่าเป็นบริวาร โจทก์ขอให้รื้อถอนอาคารออกไป จำเลยก็เพิกเฉย จำเลยที่ ๑ - ๒ ให้การแก้ฟ้องเพิ่มเติมว่า อาคารในที่พิพาทมิใช่ของจำเลยที่ ๓ จำเลยทั้งสองมิใช่บริวารของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า เรือนและครัวเป็นของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ - ๒ อยู่ร่วมในฐานะบริวาร เรือนและครัวบางส่วนอยู่ในที่งอกอันเป็นของโจทก์ จึงพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ รื้อเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลสั่งรับฎีกาปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๓ รื้อเรือนออกไปนั้น เป็นการพิพากษาเกินคำขอตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ปรากฏว่า เดิม โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ - ๒ และบริวารออกจากที่ดินของโจทก์พร้อมกับรื้อเรือนออกไปด้วย ต่อมาโจทก์ขอแก้ฟ้องว่า ความจริงนางทองอ่อนเป็นเจ้าของเรือนจำเลยที่ ๑ - ๒ เป็นผู้อาศัย ขอให้หมายเรียกนางทองอ่อนมาเป็นจำเลยที่ ๓ อีกคนหนึ่ง ส่วนข้อความอื่นนอกจากที่แก้ไขเพิ่มเติม ขอให้ถือตามฟ้องเดิม ศาลอนุญาต และหมายเรียกนางทองอ่อนมาเป็นจำเลยที่ ๓ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว การที่โจทก์ขอให้เรียกนางทองอ่อนมาเป็นจำเลยที่ ๓ นี้ เป็นการเข้ามาเป็นจำเลยหรือผู้ร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๗ (๓) ซึ่งตามมาตรา ๕๘ บัญญัติว่า ผู้ร้องสอดตามอนุ (๑) (๓) แห่งมาตรา ๕๗ มีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ จะเห็นได้ว่าในกรณีร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยตามอนุ (๑) โจทก์ไม่จำต้องแก้ฟ้องให้มีคำขอให้ผู้ร้องสอดต้องรับผิดต่อโจทก์อย่างใดด้วย ศาลก็อาจมีคำพิพากษาบังคับถึงจำเลยผู้ร้องสอดนั้นได้ ไม่ว่าผู้ร้องสอดอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยนัยดังกล่าวสำหรับผู้ร้องสอดตามอนุ (๓) ถ้าคำขอตามฟ้องเดิมมีสภาพที่จะบังคับถึงผู้ร้องสอดเช่นนี้ได้ ศาลก็ย่อมพิพากษาให้บังคับผู้ร้องสอดตามคำขอนั้นได้ ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์ในคดีนี้ ประกอบกับคำร้องขอแก้ฟ้องก็ได้แสดงสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ต่อจำเลยที่ ๓ รวมทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาชัดแจ้งอยู่แล้ว แม้โจทก์มิได้ขอแก้คำขอท้ายฟ้องซึ่งขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับบริวารให้รวมถึงจำเลยที่ ๓ ด้วยก็ตาม ก็คงมีผลเป็นคำขอให้บังคับแก่จำเลยที่ ๓ ในทำนองเดียวกันด้วย จึงไม่เป็นการนอกฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2506 นายกิมเฮง มาเจริญ โจทก์ นายแป้น กลิ่นสมเชื้อ กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกิมเฮง มาเจริญ · ล. - นายแป้น กลิ่นสมเชื้อ กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายฉาย อยู่ยืนยง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2572/2541ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา