คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63-64/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล แม้ภายหลังเจ้าของอันแท้จริงพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา สิทธิของผู้ซื้อก็มิเสียไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่ผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล แม้ภายหลังเจ้าของอันแท้จริงพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา สิทธิของผู้ซื้อก็มิเสียไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 กรณีเช่นนี้เจ้าของอันแท้จริงจะอ้างมาตรา 1332 ขอบังคับให้ผู้ซื้อคืนทรัพย์ที่ซื้อนั้นโดยเจ้าของจะชดใช้ราคาตามที่ซื้อมาหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่าทรัพย์ที่จำเลยซื้อได้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลเป็นของโจทก์ไม่ใช่เป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยซื้อไว้โดยไม่สุจริต ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับเงินชดใช้ราคาที่ดินตามราคาที่ซื้อมาและคืนที่ดินให้แก่โจทก์
สำนวนหลัง โจทก์ฟ้องว่าการขายทอดตลาดทรัพย์ของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งของโจทก์ในสำนวนแรกเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ เป็นโมฆะ ขอให้ศาลเพิกถอนการขาย
จำเลยทั้งสองสำนวนให้การสู้คดี
ศาลชั้นต้นฟังว่าทรัพย์ที่ถูกยึดและขายทอดตลาดทั้งสองคดีเป็นของนายกล่ำ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้เดียว การยึดและขายทอดตลาดเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้องทั้งสองสำนวน
โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟัรงว่า ที่พิพาทในสำนวนแรกเป็นของโจทก์ตามฟ้อง ไม่ใช่ของนายกล่ำลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ได้พลอยถูกยึดขายทอดตลาดไปด้วย แต่การขายทอดตล
าดยังฟังไม่ได้ว่าเป็นไปโดยไม่สุจริต ผู้ซื้อได้โดยสุจริตจึงมิเสียสิทธิ แม้ทรัพย์นั้นจะมิใ่เป็นของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๐ โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอชำระราคาทรัพย์เพื่อรับทรัพย์นั้นคือ พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยสุจริตและวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๒ ขอชดใช้ราคาเงินแก่ผู้ซื้อ เพื่อได้คืนทรัพย์ที่ขายทอดตลาดนั้น เห็นว่า มาตรานี้ใช้สำหรับการขายทอดตลาดหรือขายในท้องตลาดธรรมดา แต่คดีนี้การขายทอดตลาดทรัพย์ของผู้แพ้คดีได้กระทำไปโดยเจ้าพนักงานตามคำสั่งศาล เมื่อฟังว่าผู้ซื้อทรัพย์ในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลนี้โดยสุจริตดังกล่าวแล้ว สิทธิของผู้ซื้อก็มิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๐ เจ้าของทรัพย์อันแท้จริงจะยกบทบัญญัติตามมาตรา ๑๓๓๒ มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ย่อมไม่ได้ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63 - 64/2506
นายจิตต์ เกษมประกอบ กับพวกรวม 4 คน โจทก์
นายเชือน สวัสดิปาณี ที่ 1 นายพร้อม จันดี ที่ 2 จล.
นายกล่ำ เกษประกอบ โจทก์
นายเซ่ง ตั้งปองกับพวกรวม 5 คน จล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจิตต์ เกษมประกอบ กับพวกรวม 4 คน · จล. - นายเชือน สวัสดิปาณี ที่ 1 นายพร้อม จันดี ที่ 2 · โจทก์ - นายกล่ำ เกษประกอบ · จล. - นายเซ่ง ตั้งปองกับพวกรวม 5 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร · ประมูล สุวรรณศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายแถมไชย สิทธิไตรย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา