⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1084/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยินยอมให้ใช้ที่ดินของผู้อื่นเพื่อวางท่อระบายน้ำโดยไม่มีการจดทะเบียนเป็นภารจำยอม จะมีผลเพียงให้ผู้รับอนุญาตไม่ต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิยกเอาความยินยอมนั้นขึ้นผูกพันตลอดไป และเมื่อผู้ให้ความยินยอมบอกเลิกสิทธิ ผู้รับอนุญาตต้องรื้อถอนออกไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยวางท่อระบายน้ำจากโรงงานในที่ดินของจำเลยผ่านเข้าไปในที่ดินของโจทก์ เมื่อได้ความว่าจำเลยมิได้ให้ค่าทดแทนแก่โจทก์ ทั้งที่ดินของจำเลยก็มิได้ติดต่อกับที่ดินของโจทก์ด้วย จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะล่วงแดนเข้าไปวางท่อระบายน้ำในที่ดินของโจทก์โดยอาศัยมาตรา 1352 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการที่โจทก์ยินยอมด้วยวาจาให้จำเลยฝังท่อระบายน้ำในที่ดินของโจทก์ ก็มีผลเพียงให้จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นเท่านั้น แต่จำเลยไม่มีสิทธิที่จะยกเอาความยินยอมนั้นขึ้นผูกพันโจทก์อยู่ตลอดไปเมื่อโจทก์บอกเลิกคำอนุญาต ให้จำเลยขนย้ายท่อระบายน้ำออกไป จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ก็เป็นการละเมิดล่วงแดนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของโจทก์ ฉะนั้น การที่โจทก์ขอให้จำเลยรื้อถอนออกไปนั้นจึงทำได้โดยชอบ ไม่ใช่การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต มีแต่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อนึ่ง ความตกลงยินยอมของโจทก์ดังกล่าวนั้นได้ก่อให้เกิดภาระในที่ดินของโจทก์จัดอยู่ในลักษณะที่ว่าด้วยภารจำยอม และภารจำยอมก็เป็นทรัพย์สิทธิอย่างหนึ่ง เมื่อการได้มาโดยนิติกรรมซึ่งทรัพย์สิทธิของจำเลยนี้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน นิติกรรมนี้ก็ไม่บริบูรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1352 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเปิดโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังในที่ดินของจำเลยซึ่งอยู่ห่างไกลจากที่ดินโจทก์ และไม่มีเขตติดต่อกับที่ดินโจทก์ จำเลยได้ทำท่อระบายน้ำเน่าและสิ่งโสโครกออกจากที่ดินของจำเลยผ่านเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยมิได้ขออนุญาตหรือรับความยินยอมของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยรื้อถอนท่อออกไป จำเลยก็เพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยรื้อถอนท่อระบายน้ำและทำที่ดินของโจทก์ให้ดีดังเดิม กับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้คดี โดยอ้างด้วยว่าจำเลยทำท่อระบายน้ำกากแป้งจากโรงงานไปสู่ทะเลเลียบชายที่ดินของโจทก์โดยโจทก์อนุญาตแล้ว โดยไม่เรียกค่าทดแทนอย่างใด จำเลยลงทุนวางท่อประมาณ 200,000 บาท โจทก์มาให้รื้อถอนท่อออกไป จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต มีแต่จะเกิดความเสียหายแก่จำเลย โดยผลแห่งกฎหมายจำเลยมีสิทธิวางท่อระบายน้ำผ่านที่ดินของโจทก์ได้ โดยจำเลยชดใช้ค่าทดแทนตามสมควร ซึ่งจำเลยเห็นควรให้ค่าทดแทนเดือนละ 50 บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้แก่โจทก์ปีละ 1,500 บาทนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะเลิกใช้ท่อระบายน้ำผ่านที่ดินโจทก์และรื้อถอนไป คำขออื่นของโจทก์ให้ยกเสีย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้จำเลยรื้อถอนและขนย้ายท่อน้ำออกไปให้พ้นที่ดินของโจทก์ และจำเลยไม่ต้องชำระค่าทดแทนปีละ 1,500 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ทางพิจารณาฟังได้ว่าที่ดินแปลงพิพาทเป็นของโจทก์ มีอยู่ด้านหนึ่งติดห้วยหินโจนหรือห้วยบางพระ บริษัทจำเลยมีโรงงานทำแป้งมันสำปะหลัง ได้ระบายน้ำและกากแป้งทิ้งไปในห้วยบางพระต่อมามีผู้ร้องเรียนว่าโรงงานของจำเลยทำให้ห้วยน้ำบางพระเสียทางการจึงแนะนำให้จำเลยทำท่อระบายน้ำกากแป้งลงไปสู่ทะเล ซึ่งต้องทำท่อระบายน้ำและกากมันผ่านเข้ามาในที่ดินของโจทก์ด้วยโจทก์ได้อนุญาตด้วยวาจาให้จำเลยทำท่อผ่านเข้าไปในที่ดินของโจทก์ได้ โดยจำเลยไม่ได้เสียค่าตอบแทนให้โจทก์แต่อย่างใด ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอาศัยฝังท่อในที่ดินของโจทก์ต่อไป จึงมีหนังสือถึงจำเลยบอกเลิกการอนุญาต และให้รื้อถอนออกไป แต่จำเลยก็ไม่ปฏิบัติตาม แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 บัญญัติว่า ถ้าเจ้าของที่ดินได้รับค่าทดแทนตามสมควรแล้ว ต้องยอมให้ผู้อื่นวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯผ่านที่ดินของตน เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินติดต่อ ซึ่งถ้าไม่ยอมให้ผ่านก็ไม่มีทางจะวางได้ หรือถ้าจะวางได้ก็เปลืองเงินมากเกินควรฯลฯ ก็เมื่อได้ความว่าจำเลยไม่ได้ให้ค่าทดแทนแก่โจทก์และทั้งจำเลยก็ไม่มีที่ดินติดต่อกับที่ดินของโจทก์ด้วย จำเลยจึงไม่มีสิทธิจะล่วงแดนเข้าไปวางท่อระบายน้ำในที่ของโจทก์ได้ ส่วนการที่โจทก์ยินยอมด้วยวาจาให้จำเลยฝังท่อระบายน้ำในที่ดินของโจทก์ได้นั้นก็มีผลแต่เพียงให้จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดที่จำเลยวางท่อระบายน้ำเข้าไปเท่านั้น แต่โจทก์ย่อมบอกเลิกความยินยอมนั้นได้ จำเลยหามีสิทธิที่จะยกเอาความยินยอมด้วยวาจาของโจทก์มาผูกพันโจทก์อยู่ตลอดไปไม่ อนึ่ง จำเลยอ้างเหตุว่าได้สิทธิมาโดยความตกลงยินยอมของโจทก์ซึ่งนับว่าเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่า ความตกลงยินยอมนี้ได้ก่อให้เกิดภาระในที่ดินของโจทก์ขึ้น ซึ่งเข้าอยู่ในลักษณะที่ว่าด้วยภารจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และภารจำยอมนั้นก็เป็นทรัพย์สิทธิอย่างหนึ่ง แต่การได้มาโดยนิติกรรมซึ่งทรัพย์สิทธิของจำเลยนี้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นิติกรรมนี้จึงไม่บริบูรณ์ ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 จะยกเอาภารจำยอมมาวินิจัยให้เป็นคุณแก่จำเลยก็ไม่ได้ เมื่อโจทก์บอกเลิกคำอนุญาต ให้จำเลยขนย้ายท่อระบายน้ำออกไปจำเลยมิได้ปฏิบัติตาม ก็เป็นการกระทำละเมิดล่วงแดนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของโจทก์อยู่นั่นเอง ฉะนั้นการที่โจทก์ขอให้จำเลยรื้อถอนท่อระบายน้ำออกไปโจทก์จึงทำได้โดยชอบ หาใช่ว่าใช้สิทธิโดยไม่สุจริต มีแต่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ดังที่จำเลยฎีกาไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2507 นางสาวเพียบ สุจริตกุล โจทก์ บริษัทแป้งมัน เอส.อาร์. จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวเพียบ สุจริตกุล · จำเลย - บริษัทแป้งมัน เอส.อาร์. จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 1534/2565ฎีกา 4976/2536ฎีกา 4300/2543ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 231/2482ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2320/2543ฎีกา 149/2526ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา