⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1121/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1121/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ที่สาธารณประโยชน์โดยก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ถือเป็นการกระทำที่ไม่มีสิทธิ และเจ้าของที่ดินที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ แม้จะเคยมีสัญญาเช่ามาก่อนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินที่จำเลยปลูกเรือนแพอยู่อาศัยเป็นที่สาธารณประโยชน์ เรือนแพของจำเลยอยู่ตรงหน้าที่ดินของโจทก์และใกล้ที่ดินของโจทก์ เห็นได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการที่จำเลยใช้ที่สาธารณะประโยชน์ตรงหน้าที่ดินของโจทก์จำเลยไม่มีสิทธิปลูกสร้างกีดขวางการใช้ที่สาธารณประโยชน์หน้าที่ดินของโจทก์ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยได้ โจทก์จำเลยจะทำสัญญาเช่าสาธารณสมบัติของแผ่นดินมิได้ แต่โจทก์อาจจะยินยอมให้จำเลยทำการกีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ได้ และจะตกลงให้สินจ้างแลกเปลี่ยนในการที่โจทก์ยอมสละความสะดวกของตนก็ได้ แต่มิใช่เป็นการเช่า แม้จำเลยจะเคยเช่าที่ดินตรงที่ปลูกเรือนพิพาท เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่าและไม่ยินยอมให้เรือนพิพาทกีดขวางหน้าที่ดินต่อไป จำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯไม่ได้ จำเลยต้องรื้อเรือนพิพาทออกไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำเลยได้ซื้อเรือนพิพาท ซึ่งเป็นเรือนแพปลูกอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาตรงหน้าที่ดินโจทก์ จำเลยได้เช่าที่ดินครงปลูกเรือนแพจากโจทก์ตลอดมา ต่อมากรมเจ้าท่าแจ้งว่าที่ดินตรงปลูกเรือนแพเป็นที่สาธารณ โจทก์จะปรับปรุงที่ดินของโจทก์ เรือนแพบังหน้าที่ดินโจทก์ โจทก์บอกเลิกการเช่า ขอให้บังคับจำเลยรื้อเรือนแพออกไป จำเลยให้การว่า เรือนแพพิพาทได้ปลูกมานานแล้วโดยผู้ปลูกได้เช่าที่ดินที่ปลูกเรือนพิพาทจากโจทก์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย เมื่อจำเลยรื้อเรือนพิพาทแล้วจำเลยก็เช่าที่ดินปลูกเรือนนี้จากโจทก์เพื่ออยู่อาศัยตลอดมา จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯและปิดปากโจทก์มิให้อ้างว่าเรื่อนแพของจำเลยกีดขวางการแสวงหาประโยชน์ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อย้ายเรือนแพของจำเลยออกไปจากตอนหน้าที่ดินริมแม่น้ำของโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินที่จำเลยปลูกเรือนอยู่นั้น เป็นที่สาธารณประโยชน์ซึ่งราษฎรใช้ร่วมกับเรือนของจำเลยอยู่ตรงหน้าที่ดินของโจทก์ และอยู่ใกล้ที่ดินของโจทก์ พึงเห็นได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการที่จำเลยใช้ที่สาธารณประโยชน์หน้าที่ดินของโจทก์ เว้นแต่โจทก์จะยินยอม ถ้าโจทก์ไม่ยินยอมก็ถือว่าจำเลยกระทำการมิชอบเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ กรณีนี้จำเลยอ้างว่า เรื่อนของจำเลยปลูกขึ้นโดยความยินยอมของโจทก์โดยมีสัญญาเช่าต่อกัน และจำเลยอ้างความคุ้มครองตาพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์จำเลยจะทำสัญญาเช่าสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกันนั้นมิได้ เพราะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่โจทก์จะยินยอมให้จำเลยทำการกีดขวางหน้าที่ดินของตนได้ และจะตกลงให้สินจ้างแลกเปลี่ยนในการที่โจทก์ยอมสละความสะดวกของตนก็ย่อมทำได้ แต่ก็มิใช่เป็นการเช่า ฉะนั้น จำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ไม่ได้ และเมื่อโจทก์ไม่ยอมให้สิ่งปลูกสร้างของจำเลยกีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ต่อไป จำเลยก็ต้องรื้อถอนไป พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1121/2507 คุณหญิงศิริ ธรรมสารนิติ โจทก์ หลวงวิโรจน์รัฐกิจ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - คุณหญิงศิริ ธรรมสารนิติ · ล. - หลวงวิโรจน์รัฐกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเทียม สุจารีกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม หัดภิรมย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 401/2518ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 2718/2538ฎีกา 86/2501ฎีกา 1259/2496ฎีกา 2572/2520ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 641/2493ฎีกา 1775-1776/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา