คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้พ้นอาญา โดยการทำลายพยานหลักฐานที่อาจใช้พิสูจน์ความผิด ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งศพ หรือส่วนของศพ หรือกระดูก หรือสิ่งอื่นใดอันกระทำแก่ศพ หรือส่วนของศพ หรือกระดูกของบุคคลนั้น หรือทำลายเอกสารหรือวัตถุอื่นใดอันเป็นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184
ย่อคำพิพากษา
นายชุ่มบุกรุกเข้าไปในโรงนาและพยายามข่มขืนนางส้มเจียน ๆ ใช้ปืนขู่ ปืนเกิดลั่นถูกนายชุ่ม มีรอยเลือดหยดที่ในโรงนาและที่ปากประตู จำเลยมีเจตนาช่วยเหลือนายชุ่มไม่ให้ต้องได้รับโทษ ได้เอาฟางที่เปื้อนเลือดไปเผาไฟเสีย จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 184
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๖ ถึง ๗ มกราคม ๒๕๐๕ นายชุ่ม กรรไกร จำเลยในคดีอาญาดำที่ ๑๘๒/๒๕๐๕ ได้บุกรุกทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพและพยายามข่มขืนกระทำชำเราและแย่งปืนนางส้มเจียน โขระเวก จนปืนลั่นถูกนายชุ่ม กรรไกร มีบาดเจ็บสาหัส โลหิตหยุดอยู่ในที่เกิดเหตุ ต่อมาเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๐๕ จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์และเคหสถานของนางส้มเจียน และบังอาจช่วยเหลือนายชุ่ม กรรไกร มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง โดยบังอาจเอาไปเสียและทำลายให้สูญหารหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด โดยเอาฟางข้าวที่โลหิตนายชุ่มหยดอยู่ในที่เกิดเหตุไปเผาทำลายเสีย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๒,๒๖๔,๒๖๕,๑๘๔,๘๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นไม่เชื่อพยานโจทก์ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๔,๑๖๕ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๘๔ ซึ่งเป็นบทหนัก ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๓๐๐ บาทปรับจำเลยที่ ๒ เป็นเงิน ๕๐๐ บาท
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้ว ได้ความตามคดีอาญาดำที่ ๑๘๒/๒๕๐๕ คดีอาญาแดงที่ ๓๒๕/๒๕๐๕ ว่า ศาลพิพากษาลงโทษนายชุ่มฐานบุกรุกและทำให้ผู้อื่นปราศจากเสียภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ และ ๓๐๙ โดยจำเลยให้การรับสารภาพ ส่วนข้อหาฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบว่านายชุ่มเข้าไปในโรงนาและถูกปืนภายในโรงนานั้น นอกจากไม่มีพิรุธแล้ว คดีที่นายชุ่มถูกฟ้องและนายชุ่มให้การรับสารภาพนั้นย่อมสนับสนุนพยานหลักฐานโจทก์อีกชั้นหนึ่ง การนำสืบของฝ่ายจำเลยวที่แสดงว่านายชุ่มถูกยิงนอกโรงนาไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังได้ ศาลเชื่อว่านายชุ่มถูกกระสุนปืนภายในโรงนาแล้วมีโลหิตหยดเป็นทางจากภายในและภายนอกโรงนา และจำเลยทั้งสองได้เอาฟางเปื้อนโลหิตนั้นไปเผาทำลายเสีย
จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2507
อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์
นายช้อย กรรไกร ที่ 1 นายช้วน กลับทอง ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · ล. - นายช้อย กรรไกร ที่ 1 นายช้วน กลับทอง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายบดินทร์ สุประสงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว เสนาขันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา