คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2507
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องระบุวันเวลากระทำผิดอันเดียวกัน กล่าวหาว่าจำเลยได้ตัดฟันไม้หวงห้าม 1 ต้น โดยมิได้รับอนุญาต และได้มีไม้นั้นไว้ในครอบครองโดยไม้นั้นเป็นไม้ที่ยังมิได้แปรรูปฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11,69,72 ตามที่ได้แก้ไข ดังนี้ ถือว่ากล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด 2 กรรม
การตัดฟันไม้ และการมีไม้ที่ตัดฟันไว้ จะเป็นกรรมเดียววาระเดียวกันไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๐๕ เวลากลางวัน จำเลยได้ตัดฟันทำไม้ตังหน ๑ ต้นซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. โดยมิได้รับอนุญาต และจำเลยได้มีไม้นั้นปริมาตร ๑.๒๔ ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองโดยไม้นี้เป็นไม้ที่ยังมิได้แปรรูปมิได้มีรอยตราฯ และจำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นไม้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๑๑,๖๙,๗๒,๗๔,๗๔ ทวิ; (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๖,๑๖,๑๗; (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๑๒,๑๗,๑๘ และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามบทมาตราที่โจทก์ขอ แต่การตัดฟันไม้และการมีไม้ที่ตนตัดฟันไว้ไนครอบครอง เป็นกรรมเดียวซึ่งผิดกฎหมายหลายบท แต่โทษตามกฎหมายเท่ากันไม่มีบทหนัก จึงให้ลงโทษฐานตัดฟันไม้ ไม่ควรรับโทษฐานมีไม้ไว้ในครอบครองซ้ำอีก ปรับ ๕๐๐ บาท ลดแล้วคงปรับ ๒๕๐ บาท ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาว่า การตัดฟันไม้ กับการมีไม้ไว้ในครอบครอง มิใช่ความผิดที่อยู่ในกรรมเดียวกัน หากจำเลยตัดฟันทิ้งไป ก็คงผิดเพียงฐานตัดฟันเท่านั้น ส่วนฐานมีไม้ไว้ในครอบครองนั้น เป็นความผิดที่เกิดขึ้นหลังการตัดฟัน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำบรรยายฟ้องแสดงว่าจำเลยได้มีไม้ "ที่จำเลยได้ตัดฟันไว้แล้ว" ไว้ในครอบครอง แม้ฟ้องจะมีข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาเพียงวันเดือนปีและเวลากลางวัน แต่ก็เป็นไปได้ที่จำเลยได้ตัดฟันไม้ไว้แล้วกรรมหนึ่ง ต่อแต่นั้นก็มีไม้ไว้ในครอบครองอีกกรรมหนึ่ง แม้สืบเนื่องต่อกันไปก็ยังเป็นการต่างกรรมต่างวาระและอยู่ในระหว่างเวลากลางวันด้วยกันได้ แม้คำฟ้องจะไม่ชัดเจนว่าตัดฟันไม้ที่ยืนต้นอยู่ เมื่อขาดจากต้นแล้วจึงมีไม้นั้นไว้ในครอบครองต่อไปก็ตาม แต่ก็แสดงอยู่ในตัวเองว่า การตัดฟันไม้นั้นได้สำเร็จไปก่อนการมีไม้นั้นไว้ในครอบครอง และการจะมีไม้ไว้ในครอบครองได้ในกรณีเช่นนี้ ก็จะต้องเป็นไม้ที่ถูกตัดฟันขาดจากต้นแล้ว
พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ที่ได้แก้ไขแล้วฐานตัดฟันทำไม้มาตรา ๗๒ ให้ปรับ ๒๕๐ บาท ฐานมีไว้ในครอบครองมาตรา ๖๔ ให้ปรับ ๒๕๐ บาท รวม ๕๐๐ บาท ลดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ แล้ว คงปรับ ๒๕๐ บาทนอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2507
อัยการจังหวัดชุมพร โจทก์
นายขิม ยังสวัสดิ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดชุมพร · ล. - นายขิม ยังสวัสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พร สุขารมณ์ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายเริ่ม ธรรมดุษฎี · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา