⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 353-360/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 353-360/2507

ป.พ.พ. ม.1304, 1305 · ป.วิ.แพ่ง ม.172

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ชายตลิ่งจะตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ ต้องมีสภาพเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันด้วย หากเจ้าของยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นอยู่ ที่ดินนั้นก็ยังไม่ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน.

ย่อคำพิพากษา

ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 นั้น การที่จะตีความว่า ถ้าที่ใดเป็นที่ชายตลิ่งแล้วย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเสมอไปนั้น ย่อมไม่ถูกต้อง เพราะจะต้องมีสภาพเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันด้วย จำเลยปลูกอาคารลงในที่ดินของจำเลยแม้ภายใต้อาคารนั้นถูกน้ำเซาะพังลงกลายสภาพเป็นที่ชายตลิ่ง แต่จำเลยก็ยังใช้สิทธิแห่งความเป็นเจ้าของ คงครอบครองอาคารและที่ดินนั้นอยู่ มิได้ทอดทิ้งปล่อยให้เป็นที่ชายตลิ่งสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแล้ว ที่พิพาทนั้นยังหาเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่. (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2507).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้ง ๘ สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นได้รวมการพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๘ สำนวนต่างปลูกอาคารรุกล้ำในที่ชายตลิ่งแม่น้ำน่านซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของโจทก์เป็นการปลูกรุกล้ำที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ทำให้โจทก์และประชาชนเสียหาย ขอให้บังคับรื้อถอน จำเลยทั้ง ๘ สำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า สภาพที่ดินของจำเลยทั้ง ๘ สำนวนเป็นที่ชายตลิ่งดังที่ โจทก์อ้างจริง แต่หาเข้าลักษณะสาธารสมบัติของแผ่นดินไม่ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้ง ๘ สำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้ง ๘ สำนวนฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่าตามบทบัญญัติที่ปรากฎในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ นั้น การที่จะตีความเอกว่า ถ้าที่ใดเป็นที่ชายตลิ่งแล้วย่อมเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเสมอไปนั้นเป็นการตีความที่ไม่ถูกต้อง ความสำคัญของมาตรา ๑๓๐๔ อยู่ที่ว่าที่นั้นจะต้องเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน และโดยเฉพาะสำหรับที่ชายตลิ่งจะต้องมีสภาพเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันด้วย บทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงมีความหมายแต่เพียงว่าที่ชายตลิ่งนั้นอาจมีไว้สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันได้เท่านั้น มิใช่ว่าถ้าที่ดินของเอกชนคนใดตลิ่งพังลงกลายเป็นที่ชายตลิ่งแล้วจะต้องตกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินสำหรับใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันไปทั้งหมดไม่ คดีที่พิพาทกันนี้ ปรากฎว่าจำเลยปลูกอาคารลงในที่ดินที่จำเลยเป็นเจ้าของแม้ภายใต้อาคารนั้นถูกน้ำเซาะพังลงกลายสภาพเป็นที่ชายตลิ่ง แต่จำเลยก็ยังใช้สิทธิแห่งความเป็นเจ้าของ คงครอบครองอาคารและที่ดินในเขตที่ตนเป็นเจ้าของนั้นอยู่ มิได้ทอดทิ้งปล่อยให้เป็นชายตลิ่งสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแต่อย่างไรไม่ ที่พิพาทยังไม่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 353 - 360/2507 เทศบาลเมืองชุมแสง โดยนายเปรื่อง บุญเดช นายกเทศมนตรีเมืองชุมแสง นางบุญลือ แสงไชย (หม้าย) กับจำเลยอื่นอีกรวม 8 สำนวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความนายกเทศมนตรีเมืองชุมแสง - เทศบาลเมืองชุมแสง โดยนายเปรื่อง บุญเดช · จำเลย - นางบุญลือ แสงไชย (หม้าย) กับจำเลยอื่นอีกรวม 8 สำนวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์ · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประภาษ วณิกเกียรติ.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1534/2565ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 45/2524ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 609/2522ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 991/2548ฎีกา 2718/2538ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา