⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 59/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ทรงเช็คไม่ยื่นเช็คแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันออกเช็ค ทำให้ผู้ทรงเช็คเสียสิทธิบางประการตามกฎหมายเท่านั้น แต่ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ้นผิดไปด้วย กรรมการของนิติบุคคลที่สั่งจ่ายเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ย่อมถือว่าเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

เช็คซึ่งให้ใช้เงินในเมืองเดียวกันกับที่ออกเช็ค ถ้าผู้ทรงเช็คไม่ยื่นแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันออกเช็คนั้น ก็ทำให้ผู้ทรงเช็คเสียสิทธิบางอย่างดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 940 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ พ้นผิดไปด้วย จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 อันเป็นบริษัทนิติบุคคล จำเลยที่ 3 เป็นกรรมการของบริษัท จำเลยที่ 2 กับที่ 3 เซ็นชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คในามของบริษัทจำเลยที่ 1 ให้ใช้เงินสูงกว่าจำนวนที่มีอยู่ในบัญชีในขณะทีออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ดังนี้ จำเลยที่2,3 ย่อมได้ชื่อว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ออกเช็ครายนี้ จึงต้องมีความผิดในฐานเป็นตัวการด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.940 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.990 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้จัดการ และจำเลยที่ ๓ เป้นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔ จำเลยทั้ง ๓ ได้บังอาจร่วมกันออกเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สั่งจ่ายเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ลงวันสั่งจ่าย ๓๑ มีนาคม ๒๕๐๔ และลงชื่อจำเลยที่ ๒-๓ เป็นผู้สั่งจ่าย และประทับตราของบริษัทจำเลยที่ ๑ (ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับธนาคาร) ให้แก่นายทรง คุนานุกร เป็นการชำระหนี้เงินที่ยืมไปใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของบริษัท ต่อมาวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๐๔ นายทรงได้นำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคารนั้น ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเงินในบัญชีของจำเลยนไม่พอจ่ายตามเช็ค นายทรงจึงแจ้งให้จำเลยที่ ๒-๓ ทราบ จำเลยก็ไม่นำเงินไปชำระ ทั้งนี้ โดยจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร อันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะออกเช็ค และโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๑ จำเลยทั้ง ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทมาตราที่โจทก์อ้าง ให้จำคุกจำเลยที่ ๒-๓ คนละ ๒ เดือน และปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒-๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑.ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๔๐ ถ้าเป็นเช็คให้ใช้เงินในเมืองเดียวกันกับที่ออกเช็ค ผู้ทรงเช็คต้องยื่นเช็คแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันออกเช็คนั้น มิฉะนั้นผู้ทรงเช็คหมดสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สลักหลัง และเสียสิทธิอันมีต่อผู้สั่งจ่ายเท่าที่จะเกิดความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดแก่ผู้สั่งจ่ายเพราะการที่ละเลยไม่ยื่นเช็คเสียภายในหนึ่งเดือนเท่านั้น ซึ่งหาเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค หรือออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น ดังเช่นที่ได้ความในคดีนี้ไม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การที่ผู้ทรงเช็คละเลยเช่นนั้น เพียงแต่ทำให้ผู้ทรงเช็คเสียสิทธิบางอย่างดังกล่าวแล้วเท่านั้น หาทำให้ผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯพ้นผิดไปด้วยไม่ ฎีกาของจำเลยที่ว่าผู้เสียหายนำเช็คไปเบิกเงินที่ธนาคารล่วงเลยวันที่สั่งจ่ายสองเดือนเศษ ผู้เสียหายในฐานะผู้ทรงเช็คจึงต้องเสียสิทธิที่มีต่อจำเลยที่ ๑ ในอันจะเป็นความผิดแก่ผู้สั่งจ่ายเช็คไปตามกฎหมายด้วยนั้น จึงฟังไม่ขึ้น ๒.การดำเนินกิจการอันเป็นความประสงค์ของบริษัท ย่อมแสดงจากผู้แทนทั้งหลายของบริษัทนั้น จำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยที่ ๑ และมีอำนาจสั่งจ่ายเงินในเช็คแทนบริษัทร่วมกับจำเลยที่ ๑ หรือกรรมการอีกคนหนึ่งตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับธนาคาร เมื่อจำเลยที่ ๒ กับที่ ๓ ได้เซ็นชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คให้ใช้เงินสูงกว่าจำนวนที่มีอยู่ในบัญชีในขณะที่ออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้นแล้ว ก็ได้ชื่อว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ออกเช็ครายนี้ จึงต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการด้วย ฎีกาจำเลยที่อ้างว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ออก จำเลยที่ ๒,๓ เป็นผู้เซ็นชื่อสั่งจ่ายในเช็คตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท มิได้หมายความว่าจำเลยที่ ๒,๓ เป็นผู้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินนั้น ก็ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2507 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ บริษัทสหวิทยุและโทรภาพ จำกัด(โดยนายบุญชาญ พรนริศหรือพรฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ) ที่ 1 นายบุญชาญ พรนริศฯ ที่ 2 นายเม่งเจี่ย แซ่งุ่ย ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · พรนริศหรือพรฤทธิ์ - บริษัทสหวิทยุและโทรภาพ จำกัด(โดยนายบุญชาญ · ล. - กรรมการผู้จัดการ) ที่ 1 นายบุญชาญ พรนริศฯ ที่ 2 นายเม่งเจี่ย แซ่งุ่ย ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอัมพร คุณะเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายปานพันธุ์ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 4790/2533ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 312/2531ฎีกา 114/2536ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 666/2502ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 312/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา