⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 69/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ฟ้องที่มิได้แสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและขาดข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ 2. ผู้ค้ำประกันสามารถยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความของผู้ที่ทำละเมิดต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ 3. การทำหนังสือรับสภาพหนี้จากการละเมิด เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่เป็น 1 ปี

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องที่กล่าวเพียงว่า"สินค้าอื่น ๆ ซึ่งโจทก์จะได้เสนอหลักฐานต่อศาลในวันพิจารณาขาดไปคิดเป็นเงิน 57,266.58 บาท" เป็นฟ้องที่มิได้แสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและขาดข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรค 2 โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันคนที่ทำละเมิดต่อโจทก์เพิ่อเรียกค่าเสียหายในการละเมิดนั้นเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความของผู้ที่ทำละเมิดต่อโจทก์ขึ้นต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 68 อายุความเรียกค่าเสียหายในการละเมิดมี 1 ปี เมื่อจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้จากการละเมิด อายุความก็สะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ต้องเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 181 วรรค 2 อายุความที่เริ่มนับใหม่ก็คือ 1 ปีเช่นเดิม ไม่ใช่ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.181 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.694

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ค้ำประกันการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุพจน์ ชัยประเสริฐ ผู้จัดการร้านค้าของโจทก์ นายสุพจน์ได้ทำเงินสดขาดบัญชีไป ๕๗,๘๒๒.๖๔ บาท จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้จำนวนนี้ให้โจทก์ไว้ และนายสุพจน์ได้ทำให้สินค้าอื่น ๆ ซึ่งโจทก์จะได้เสนอหลักฐานต่อศาลในวันพิจารณาขาดไปคิดเป็นเงิน ๕๗,๒๖๖.๕๘ บาท โจทก์ไม่อาจเรียกให้นายสุพจน์ชำระหนี้ได้ โจทก์จึงเรียกให้จำเลยชำระทั้งหมด จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาค้ำประกันนายสุพจน์จริง แต่จำเลยไม่ต้องรับผิด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ในเรื่องนายสุพจน์ทำสินค้าขาดจำนวนนั้น โจทก์ไม่บรรยายว่าสินค้าที่ขาดหายไปมีอะไรบ้าง จำนวนและราคาเท่าใด จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมและหนี้เกิดจากมูลละเมิดจำเลยมาฟ้องเกิน ๑ ปี คดีขาดอายุความ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า มูลหนี้ตามฟ้องโจทก์ทุกรายการเกิดจากการที่นายสุพจน์ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่ฟ้องภายใน ๑ ปี คดีขาดอายุความแล้ว พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์กล่าวเพียงว่า"สินค้าอื่น ๆ ซึ่งโจทก์จะได้เสนอหลักฐานต่อศาลในวันพิจารณาขาดไปคิดเป็นเงิน ๔๗,๒๖๖.๕๘ บาท" นั้น โจทก์มิได้แสดงรายการละเอียดว่าสินค้าที่ขาดบัญชีไปมีอะไรบ้าง อย่างไหนจำนวนและราคาเท่าไร อันเป็นสาระสำคัญซึ่งพอจะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่มิได้แสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และขาดข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๒ วรรค ๒ โจทก์จะอ้างว่าเป็นเรื่องที่โจทก์จะนำสืบรายละเอียดในชั้นพิจารณาหาได้ไม่ โจทก์ฟ้องจำเลยก็โดยผลที่นายสุพจน์ทำละเมิดต่อโจทก์ การเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดนั้น ผู้เสียหายจะต้องเรียกร้องภายใน ๑ ปี โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องจำเลยเมื่อพ้น ๑ ปีแล้ว คดีจึงขาดอายุความ จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความซึ่งนายสุพจน์มีต่อโจทก์ขึ้นต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๔ ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยตามหนังสือที่จำเลยทำไว้ให้โจทก์ลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๐๑ ซึ่งเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ในสินค้าที่ขาดไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ ต้องใช้อายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ ศาลฎีกาเห็นว่า หากจะถือว่าหนังสือฉบับนี้เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ การรับสภาพหนี้ก็ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ เมื่อเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘๑ วรรค ๒ ก็ต้องถืออายุความเดิม เป็นตั้งแต่ต้นนับใหม่ เพราะมาตรา ๑๘๑ วรรค ๒ ใช้คำว่า"ให้เริ่มนับอายุความขึ้นใหม่" ก็คือเริ่มนับอายุความเดิม ๑ ปีนั่นเอง ฉะนั้น เมื่อเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่จากวันที่ลงในหนังสือคือวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๐๖ จนถึงวันฟ้อง คือวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ ก็เกินกำหนด ๑ ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความเช่นกัน พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2507 ร้านสหกรณ์พัทลุง จำกัดสินใช้ โดยนายอาทิตย์ สุภาไชยกิจ ประธานกรรมการ ที่ 1 นายสวัสดิ์ หมวดมณี รองประธานฯ ที่ 2 โจทก์ นายบำรุง ขิ่มชัยพฤกษ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความที่ - ร้านสหกรณ์พัทลุง จำกัดสินใช้ โดยนายอาทิตย์ สุภาไชยกิจ ประธานกรรมการ · โจทก์ - 1 นายสวัสดิ์ หมวดมณี รองประธานฯ ที่ 2 · ล. - นายบำรุง ขิ่มชัยพฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · อรรถขจรนิติปคุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมภูนุท · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1962/2548ฎีกา 977/2543ฎีกา 767/2518ฎีกา 4300/2543ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5268/2538ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2460/2517ฎีกา 56/2520ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1531/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา