⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 940/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2507

ป.วิ.อาญา ม.158, 192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงที่ศาลฟังได้นั้นไม่แตกต่างกับฟ้องในสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ฟ้องว่า เหตุเกิดในท้องที่อำเภอหนึ่ง แม้ศาลจะฟังข้อเท็จจริงดังที่จำเลยนำสืบว่าเหตุเกิดในท้องที่อีกอำเภอหนึ่งก็ตาม แต่เขตของสองอำเภอนั้นอยู่ใกล้ชิดติดต่อกัน และจำเลยก็รู้ดีอยู่แล้วว่าสถานที่เกิดเหตุนั้นอยู่ที่ใด เช่นนี้ ถือได้ว่าในข้อสถานที่เกิดเหตุนั้นทางพิจารณาไม่แตกต่างกับฟ้องในข้อสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้อย่างใด ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับจำเลยอื่นตามสำนวนคดีอื่นได้บังอาจสมคบร่วมกันทำสุราโดยมีภาชนะและเครื่องกลั่นทำสุราไว้ในครอบครองเพื่อทำสุราและมีสุราแช่ผิดกฎหมาย และสุรากลั่นไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30, 32 พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 มาตรา 4, 6 ให้ลงโทษจำเลยโดยปรับฐานทำสุราและมีภาชนะสำหรับทำสุรา 600 บาท ฐานมีน้ำสุรา 1,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะฟังข้อเท็จจริงดังที่จำเลยนำสืบว่าสวนของจำเลยอยู่ห่างที่เกิดเหตุคือที่ต้มสุราราว 3 วา จะอยู่ในเขตอำเภอเมืองระยอง ไม่ได้อยู่ในเขตอำเภอบ้านค่ายดังที่โจทก์ฟ้องก็ย่อมเห็นได้ว่า เขตของอำเภอเมืองระยองกับอำเภอบ้านค่ายนั้นติดต่อกัน และสถานที่เกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าอยู่ในเขตอำเภอบ้านค่ายก็อยู่ใกล้ชิดติดต่อกันกับเขตอำเภอเมืองระยองนั้นเองตามคำเบิกความของจำเลยเองก็แสดงอยู่ว่าจำเลยรู้ดีว่าสถานที่เกิดเหตุที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยสมคบต้มกลั่นสุรานั้นอยู่ที่ไหนฉะนั้น จำเลยหาได้หลงข้อต่อสู้ไม่ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องตามมาตรา 192 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาศาลหาจำต้องยกฟ้องเสมอไปไม่ ถ้าศาลเห็นว่าข้อแตกต่างนั้นมิใช่ข้อสาระสำคัญ คดีนี้เห็นได้ว่า ข้อแตกต่างดังกล่าวอันเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุนั้นมิใช่ข้อสาระสำคัญ และจำเลยก็รู้ดีว่าสถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ไหนมิได้หลงข้อต่อสู้แต่ประการใด ศาลก็ย่อมจะลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2507 อัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายติ่ง สิทธิโชค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นายติ่ง สิทธิโชค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา