คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้กันจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีความผิดตามกฎหมาย เว้นแต่เป็นการเข้าไปห้ามหรือป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และผู้กระทำต้องรับผิดในผลแห่งการกระทำของตนเองอีกส่วนหนึ่งด้วย.
ย่อคำพิพากษา
ตามปประมวลกฎหมายอาญามาตรา 299 นั้น บัญญัติเอาผิดแก่ผู้ที่เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับอันตรายถึงสาหัส เว้นแต่การเข้าไปห้ามหรือเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นตัวการทำให้เกิดอันตรายดังกล่าวนั้น ถ้าปรากฏว่าผู้ใดเป็นตัวการกระทำโดยลงมือกระทำเองก็ดี หรือใช้ให้เขากระทำก็ดี ผู้กระทำย่อมมีความผิดตามกรรมของตนอีกโสดหนึ่ง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันมีอาวุธปืนพกลูกซองหนึ่งกระบอกกับกระสุนปืนหนึ่งนัดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและได้บังอาจใช้ปืนนั้นกับมีดพกปลายแหลมยิงและแทงนายบุญ เปลือยหนองแค โดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย แต่กระสุนปืนและมีดที่จำเลยใช้ทำร้ายถูกอวัยวะส่วนไม่สำคัญ นายบุญจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๘๐ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยสมคบกันใช้ปืนลูกซองสั้นยิงถูกผู้เสียหาย ถูกหน้าอกและแขนผู้เสียหายไหม้เกรียม เพราะดินส่งกระสุนไม่แรงพอที่จะทำให้ตายได้ การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำ ไม่ใช่เพราะไม่ถูกอวัยวะสำคัญดังฟ้อง เป็นผิดฐานพยายามฆ่าคน และฟังว่าเป็นปืนของจำเลยที่ ๒ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๑ และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗,๗๒ อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๘๑ ซึ่งเป็นกระทงหนักโดยให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๗ ปี ๖ เดือน ริบปืนและมีดของกลาง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่จำเลยอ้างว่าการที่จำเลยกับผู้เสียหายและพยานโจทก์ชกต่อยต่อสู้กันนั้น เป็นการสมัครใจวิวาทกัน หากจำเลยจะมีความผิดก็ควรจะผิดเพียงมาตรา ๒๙๙ นั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามมาตรา ๒๙๙ นั้น บัญญัติเอาผิดแก่ผู้ที่เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลแต่สามคนขึ้นไป ทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับอันตรายถึงสาหัส เว้นแต่การเข้าไปห้ามหรือเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นตัวการทำให้เกิดอันตรายดังกล่าวนั้นเท่านั้น ถ้าปรากฏว่าผู้ใดเป็นตัวการกระทำโดยลงมือกระทำเองก็ดี หรือใช้ให้เขากระทำดังเช่นในคดีนี้ก็ดี ผู้กระทำย่อมมีความผิดตามกรรมของตนอีกโสดหนึ่ง จึงเห็นว่า จำเลยจะอ้างบทบัญญัติในมาตรานี้ให้พ้นความผิดฐานพยายามฆ่าคนไม่ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2508
อัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์
นายบุญ หาวิชา ที่ 1 นายปั่น ป้อป้อม ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายบุญ หาวิชา ที่ 1 นายปั่น ป้อป้อม ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · พร สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายดำริ ศุภพิโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา