⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 108/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีต่อศาลตามประมวลรัษฎากร เมื่อผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์สามารถฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ร่วมกันทั้งหมด

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลรัษฎากรที่บัญญัติว่า เมื่อผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จะต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล นั้น การฟ้องศาลดังกล่าว ผู้อุทธรณ์ย่อมฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะเป็นประธานกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ ไม่จำต้องฟ้องกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ร่วมกันทั้งหมด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลรัษฎากร ม.9 ประมวลรัษฎากร ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มีหนังสือแจ้งคำชี้ขาดอุทธรณ์ว่า โจทก์มีรายรับขายของประเภทการขายผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้นำมารวมยื่นเสียภาษีการค้า ให้โจทก์นำเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเป็นเงิน ๗,๔๐๘.๔๗ บาท ไปชำระ โจทก์ไม่มีรายรับดังกล่าว จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งชี้ขาดและพิพากษาว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าประเภทขายของ จำเลยให้การตัดฟ้องว่า การฟ้องศาลต้องฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ที่โจทก์ฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสจึงเป็นการฟ้องผิดตัว และให้การต่อสู้ในข้ออื่น ๆ ด้วย ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์มิได้ฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แต่ฟ้องนายพันธุ สายตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นส่วนตัว ซึ่งไม่มีอำนาจวินิจฉัยคำอุทธรณ์ ไม่มีทางบังคับจำเลย จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้และพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่ออ่านฟ้องและเอกสารแนบท้ายฟ้องของโจทก์รวมกัน ก็เข้าใจได้ว่า โจทก์ได้ฟ้องนายพันธุ์ ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะเป็นประธานกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ หาใช่โจทก์ประสงค์จะฟ้องนายพันธุ์เป็นส่วนตัวหรือฟ้องผิดตัวดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกานั้นไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อโจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์จำต้องฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ทั้งสามคน จะฟ้องนายพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดคนเดียวไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่มีกฎหมายบังคับว่าจะต้องฟ้องกรรมการทั้งสามคน การที่โจทก์ฟ้องนายพันธุ์ ก็ฟ้องในฐานะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และในฐานะเป็นประธานกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อยู่แล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องได้ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2508 บริษัทสกุลไทยวัฒนา จำกัด โดยนายอมร รงคพรรณ กรรมการ โจทก์ นายพันธุ สายตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสกุลไทยวัฒนา จำกัด โดยนายอมร รงคพรรณ กรรมการ · จำเลย - นายพันธุ สายตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · โพยม เลขยานนท์ · อินท์ อุดล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายสง่า ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม ภัทราคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา