⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1080/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การแก้ไขจำนวนเงินของกลางที่จับได้ ถือเป็นการแก้ไขรายละเอียดเรื่องของกลางซึ่งต้องแถลงในฟ้อง 2. การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงแตกต่างจากศาลชั้นต้นเล็กน้อยในรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา ถือเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน 3. ฟ้องที่ระบุว่าจำเลยเป็นเจ้ามือรับแทงสลากกินรวบจากผู้เล่นทั่วไป โดยไม่ระบุชื่อผู้เล่น ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม 4. การที่จำเลยรับเงินที่แทงจากผู้แทง ถือว่าได้ตกลงเล่นการพนันกันแล้ว 5. การให้พยานยืนยันเอกสารที่เคยเบิกความถึง ไม่ใช่การถามติง

ย่อคำพิพากษา

(1) ขอแก้ฟ้องเกี่ยวกับจำนวนเงินของกลางที่จับได้เป็นการแก้ไขรายละเอียดเรื่องของกลางซึ่งต้องแถลงในฟ้อง (2) ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าพยานเบิกความว่าวันเกิดเหตุเวลา 8 นาฬิกาได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านจำเลยเล่นการพนัน แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่ามีสายลับมาแจ้งพยานเมื่อเวลา 4 โมงเช้า ถือว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน แต่กล่าวรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องเวลาซึ่งคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยเท่านั้น (3) ฟ้องโจทก์กล่าวเพียงว่าจำเลยเป็นเจ้ามือรับแทงสลากกินรวบจากผู้เล่นทั่วไป ไม่กล่าวให้ชัดว่ารับแทงจากใคร ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม (4) จำเลยเป็นเจ้ามือรับเงินที่แทงจากผู้แทงไป ถือว่าได้ตกลงเล่นการพนันกันแล้ว (5) ภายหลังที่โจทก์ถามติงพยานโจทก์แล้วโจทก์ขอให้พยานดูเอกสารที่ส่งศาลไว้แล้ว พยานดูแล้วว่าใช่ของกลางที่จับได้จากจำเลยตามที่เบิกความแล้วดังนี้ ไม่ใช่เรื่องถามติง เป็นแต่เพียงให้พยานยืนยันเอกสารที่พยานเบิกความถึงมาแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.194 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.117 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.118 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเล่นการพนันสลากกินรวบ โดยจำเลยเป็นเจ้ามือ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๔,๖,๑๐,๑๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๘๕ มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๓ กับขอให้ริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลแขวงพระนครเหนือสิบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว โจทก์ขอแก้ฟ้องเกี่ยวกับจำนวนเงินของกลางที่เจ้าพนักงานจับได้จากจำเลย จาก ๑๘๐ บาท เป็น ๒๘๐ บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการแก้ไขรายละเอียดในฟ้อง จึงอนุญาตให้แก้ได้ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๔,๖,๑๐,๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๓ ให้ลงโทษจำคุก ๓ เดือน และปรับ ๑,๐๐๐ บาท รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ ถ้าไม่ชำระค่าปรับ ให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙,๓๐ ริบของกลาง กับให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ จำเลยอุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์แก้ฟ้องไม่ชอบ ทำให้จำเลยเสียเปรียบทางคดี ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการขอแก้รายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้อง จำเลยมิได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิด จึงมิให้ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๔ พิพากษายืน จำเลยฎีกาหลายข้อ ทั้งได้ร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาด้วย ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาจำเลยข้อ ๓(ก) และข้อ ๓(ข) เฉพาะข้อ (๑) (๓) (๔) และ (๕) ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาข้อ ๓(ก) เห็นว่า โจทก์ขอแก้ฟ้องก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา และข้อที่ขอแก้เป็นเพียงรายละเอียดเรื่องของกลางซึ่งต้องแถลงในฟ้อง พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ ทั้งจำเลยเองก็รับอยู่ว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ในข้อที่ขอแก้นี้ จึงถือไม่ได้ว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบ ศาลมีอำนาจที่จะอนุญาตให้แก้ฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๓,๑๖๔ ฎีกาข้อ ๓(ข) (๑) จำเลยกล่าวว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน กล่าวคือ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ร้อยตำรวจตรีเอนกเบิกความว่าวันเกิดเหตุเวลา ๘ นาฬิกา ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านจำเลยเล่นการพนัน แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า มีสายลับมาแจ้งแก่ร้อยตำรวจตรีเอนกเมื่อเวลา ๔ โมงเช้า ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน แต่กล่าวรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องเวลาซึ่งคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เป็นสาระที่ถึงกับจะทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาข้อ ๓(ข) (๓) จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์กล่าวเพียงว่าจำเลยเป็นเจ้ามือรับแทงสลากกินรวบจากผู้เล่นทั่วไป ไม่กล่าวให้ชัดว่ารับแทงจากใคร เป็นฟ้องเคลือบคลุม ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์ชัดเจนพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฎีกาข้อ ๓ (ข) (๔) จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับแทงสลากกินรวบประจำงวดวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๐๗ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยถูกจับตั้งแต่ตอนเช้าของวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๐๗ ซึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดดังกล่าวยังไม่ออก ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะกัน ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเล่นการพนันในคดีนี้แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้ามือรับเงินที่แทงจากผู้แทงไป ถือได้ว่าได้ตกลงเล่นการพนันกันแล้ว ฎีกาข้อ ๓ (ข) (๕) ภายหลังที่โจทก์ถามติงร้อยตำรวจตรีเอนกพยานโจทก์แล้ว โจทก์ขอให้พยานดูเอกสารโพยของกลางที่ส่งศาลไว้แล้ว ตามหมาย จ.๑ พยานดูแล้วว่าใช่ของกลางที่จับได้จากจำเลยตามที่เบิกความแล้ว จำเลยยกขึ้นมาฎีกาว่า โจทก์ถามติง ไม่เกี่ยวกับคำเบิกความของพยานที่ตอบคำถามค้าน ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ใช่เรื่องถามติง เป็นแต่เพียงให้พยานยืนยันเอกสารที่พยานเบิกความถึงมาแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2508 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นางเฮียงซอก แซ่ลี้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นางเฮียงซอก แซ่ลี้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · พร สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายธีรศักดิ์ กรรณสูต · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1220/2510ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา