คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าติด ๆ กันเกินกว่าสองครา ถือเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยได้ และคดีมีทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องของโจทก์ระบุให้เห็นว่ามีสัญญาเช่าซึ่งกำหนดอัตราค่าเช่าเป็นรายเดือน จำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์เป็นเวลาหลายเดือน ฟ้องของโจทก์เช่นนี้ย่อมแสดงว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าติด ๆ กันเกินกว่าสองคราวแล้ว
โจทก์ฟ้องขับไล่และให้จำเลยใช้เงิน 3,348 บาท เป็นคดีมีทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ เพราะจำเลยไม่ชำระค่าเช่าที่ดินให้แก่โจทก์เป็นเวลาหลายเดือน โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๓,๓๔๘ บาท
จำเลยต่อสู้ว่า ได้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่รับ จำเลยได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์และจำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงให้คงพิจารณาแต่ข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์สมบูรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาข้อแรกของจำเลยกล่าวว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์เพราะการฟ้องขับไล่ผู้เช่าอันได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ฯ นั้น โจทก์จะต้องระบุว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าสองคราวติด ๆ กัน แต่โจทก์ไม่ได้ระบุ ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ โจทก์ระบุให้เห็นว่ามีสัญญาเช่าซึ่งกำหนดอัตราค่าเช่าเป็นรายเดือน จำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์เป็นเวลาหลายเดือน ฉะนั้น การที่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์เป็นเวลาหลายเดือน ก็ย่อมแสดงว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าติด ๆ กันเกินกว่าสองคราวแล้วที่จำเลย อ้างว่าโจทก์ไม่ระบุว่าจำเลยยึดนาไม่ชำระค่าเช่าติดกันสองคราวมาในฟ้องจึงฟังไม่ขึ้น ฎีกาข้อต่อไปจำเลยกล่าวว่า จำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า จำเลยจึงได้รับความคุ้มครอบตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและขอให้จำเลยใช้เงิน ๓,๓๔๘ บาทด้วย จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์เกิน ๒,๐๐๐ บาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๔ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าสองคราวติด ๆ กันโดยอ้างว่าจำเลยอุทธรณ์ไม่ได้
คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในข้อนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๔
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2508
นางสอิ้ง เตชะวิรัตนกุล โจทก์
นางเจริญ จรูญโสตร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสอิ้ง เตชะวิรัตนกุล · จำเลย - นางเจริญ จรูญโสตร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชิต บุณยประภัศร · สอาด นาวีเจริญ · บุศย์ ขันธวิทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายบัญญัติ สุขารมณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา