⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1203/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้แพ้คดีในศาลชั้นต้นย่อมมีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นถอนการบังคับคดี และผู้ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ย่อมมีสิทธิได้รับชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการบังคับคดีที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ถอนนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแพ้คดีในศาลชั้นต้น โจทก์ขอหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานยึดทรัพย์ของจำเลย ในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชนะ จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ถอนการยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 251 ศาลสั่งอนุญาต และให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย และค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี นั้น เป็นการที่ชอบ เพราะโจทก์เป็นผู้แพ้คดี โจทก์ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมไปจนกว่าศาลฎีกาจะได้มีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น และเรื่องความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้น เป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.251

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย จำเลยแพ้คดีและขอทุเลาการบังคับคดี และไม่นำหลักทรัพย์มาประกันภายในกำหนด โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานยึดทรัพย์ของจำเลย ในชั้นอุทธรณ์จำเลยชนะคดีโจทก์ จึงร้องขอถอนการยึดทรัพย์ ในที่สุดศาลชั้นต้นสั่งถอนการยึดทรัพย์ ให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย และค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์เป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีถอนการยึดนั้น ถูกต้องแต่หมายถึงว่าเป็นการเสียค่าธรรมเนียมชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดเท่านั้น พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยขอให้ถอนการยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๕๑ และศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต ให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย และค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีนั้นชอบแล้ว เพราะโจทก์เป็นผู้แพ้คดี โจทก์จึงต้องมีความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมไปจนกว่าศาลฎีกาจะได้มีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ที่โจทก์ฎีกาว่าการถอนการยึดนี้เป็นไปตามอำนาจของกฎหมาย ไม่ใช่เพราะโจทก์ขอถอนโดยสมัครใจ จึงไม่ควรต้องรับผิดนั้นเห็นว่า เรื่องความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้นเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๖๑ ไม่ใช่ต้องเพราะโจทก์เป็นฝ่ายขอถอน โจทก์จึงจะต้องรับผิด พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2508 นายปาน ขจรภัย โจทก์ นายเอ้กเมี้ยวหรือตือเกี้ย แซ่อึ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปาน ขจรภัย · จำเลย - นายเอ้กเมี้ยวหรือตือเกี้ย แซ่อึ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายเธียร เจริญวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2532/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 748/2551ฎีกา 951/2542ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 5089/2540ฎีกา 1055/2510ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2006/2526ฎีกา 3418/2553ฎีกา 8337/2540ฎีกา 917/2501ฎีกา 6620/2550ฎีกา 1930/2526ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2202/2514ฎีกา 533/2521ฎีกา 12104/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา