⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1215/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงผู้ตายมาทำร้ายระหว่างทาง และการวางแผนเพื่อปรักปรำผู้ตายภายหลัง ถือเป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการไตร่ตรองไว้ก่อนในการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 2,3 ไปตามผู้ตายให้ไปกินข้าวที่บ้านถึง 2 ครั้ง ผู้ตายจึงยอมไป ส่วนจำเลยที่ 1 แทนที่จะคอยต้อนรับผู้ตายที่บ้าน กลับไปรออยู่กลางทาง เมื่อจำเลยที่ 1 ยกปืนจะยิงผู้ตาย ผู้ตายปัดกระบอกปืน จำเลยที่ 2,3,4 ก็กลุ้มรุมทำร้ายผู้ตายทันที โดยจำเลยที่ 1 มิได้ขอร้องให้ช่วย พฤติการณ์จึงส่อแสดงว่าจำเลยวางแผนการหลอกผู้ตายมาทำร้ายระหว่างทาง เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว ยังได้ไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าผู้ตายกับพวกมาฉุดลูกสาวจำเลยที่ 1 ไป อันเป็นแผนต่อไปที่จะสู่คดี ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยเจตนา และโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้กลุ้มรุมทำร้ายนายทวนและนายเพิ่ม ไชยสุข ถึงแก่ความตาย โดยเจตนาจะฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙,๘๓ ริบขอกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ ใช้ให้จำเลยที่ ๒,๓ ไปตามนายทวนผู้ตายให้ไปกินข้าวที่บ้านถึง ๒ ครั้ง หากเป็นการเชิญโดยสุจริตใจ เหตุใดจำเลยที่ ๒ จะต้องพกค้อนเหล็กไปในตัว และจำเลยที่ ๓ ถือพร้าไปด้วย แม้แต่จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นเด็กอายุเพียง ๑๗ ปี ก็ยังมีสนับมือเป็นอาวุธ ส่วนจำเลยที่ ๑ แทนที่จะรอต้อนรับนายทวนผู้ตายอยู่ที่บ้าน กลับไปรอต้อนรับอยู่กลางทาง พร้อมด้วยปืนลูกซองยาว ผิดปกติวิสัยการต้อนรับฉันมิตร เมื่อจำเลยที่ ๑ ยกปืนจะยิงนายทวนผู้ตาย แต่นายทวนปัดปากกระบอกปืนไปเสียก่อนจำเลยที่ ๒,๓,๔ ก็ใช้อาวุธที่เตรียมไปกลุ้มรุมทำร้ายนายทวนนายเพิ่มผู้ตายทันที โดยจำเลยที่ ๑ มิได้ขอร้องให้ช่วงเลย พฤติการณ์จึงส่อแสดงให้เห็นชัดว่า จำเลยได้วางแผนการที่จะหลอกนายทวนนายเพิ่มผู้ตายมาทำร้ายในระหว่างทาง จำเลยที่ ๒,๓ และ ๔ จึงเตรียมอาวุธไปครบมือ ส่วนจำเลยที่ ๑ ก็มีปืนไปดักรออยู่กลางทาง เมื่อจำเลยที่ ๑ เป็นหัวหน้าลงมือทำร้ายผู้ตาย จำเลยที่ ๒,๓ และ ๔ ก็ร่วมมือช่วยทำร้ายผู้ตายทันทีโดยรู้กันอยู่แล้ว เมื่อทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว ยังได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานว่านายทวนผู้ตายกับพวกมาฉุดนางสาวระนองบุตรีจำเลยที่ ๑ ไป อันเป็นแผนการขั้นต่อไปที่จำเลยจะสู้คดี จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง และไม่มีพยานนำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามพยานหลักฐานโจทก์ว่า จำเลยได้ร่วมกันฆ่านายทวนนายเพิ่มถึงแก่ความตายโดยเจตนา และโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พิพากษาแก้ ให้วางโทษประหารชีวิต แล้วลดโทษให้คงจำคุกโจทก์อุทธรณ์ ๑,๒ คนละ ๑๒ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒๓ +++ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2508 อัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นายสิน พงศ์สกุล ที่ 1 นายหวง พงศ์สกุล ที่ 2 นายเลข พงศ์สกุล ที่ 3 นายเจริญ สายแก้ว ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดกระบี่ · นายเจริญ - นายสิน พงศ์สกุล ที่ 1 นายหวง พงศ์สกุล ที่ 2 นายเลข พงศ์สกุล ที่ 3 · จำเลย - สายแก้ว ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกระบี่ - นายพิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 241/2520ฎีกา 661/2510ฎีกา 13360/2556ฎีกา 21745/2556ฎีกา 2015/2547ฎีกา 2505/2525ฎีกา 1251/2501ฎีกา 3667/2545ฎีกา 1794/2542ฎีกา 2259/2522ฎีกา 1014/2540ฎีกา 3792/2533ฎีกา 1353/2529ฎีกา 18/2542ฎีกา 3965/2526ฎีกา 15491/2553ฎีกา 12613/2557ฎีกา 2780/2527ฎีกา 1025/2510ฎีกา 1614/2513ฎีกา 15/2515ฎีกา 2584/2522ฎีกา 2268/2529ฎีกา 1968/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา