⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1217/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1217/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง แม้ลูกจ้างจะกระทำไปโดยประมาทเลินเล่อก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

รถเบรคแตก คนขับจึงขับรถนั้นไปซ่อมเบรคโดยนายจ้างไม่ได้ใช้ แล้วเกิดชนกับรถของโจทก์ขึ้น เช่นนี้ ถือได้ว่าคนขับรถกระทำในทางการที่จ้าง นายจ้างจะต้องร่วมรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารประจำทาง และเป็นนายจ้างจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถของจำเลยที่ ๑ ในทางการจ้างด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังชนรถยนต์ของโจทก์เสียหาย ต้องเสียค่าซ่อมเป็นเงิน ๕,๑๖๕ บาท และค่าเสื่อมราคาเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ปฏิบัติงานในทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและพิจารณา ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าเสียหายและค่าเสื่อมราคารถ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าซ่อมรถและค่าเสื่อมราคาแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ รับคนโดยสารซึ่งเป็นกิจการของจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นนายจ้าง แล้วจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์คันนั้นออกไปนอกเส้นทางสัมปทาน โดยไม่มีผู้โดยสารหรือคนเก็บเงินค่าโดยสารไปในรถด้วย เพราะรถของจำเลยที่ ๑ เบรคแตก จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถไปซ่อมเบรคจึงเกิดชนกับรถโจทก์ การที่จำเลยที่ ๒ เอารถไปซ่อมเบรคนั้น เป็นกิจการเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ ๑ จึงถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในทางการจ้างของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ ด้วย โจทก์ได้นำสืบให้เห็นว่า การที่รถโจทก์ถูกรถจำเลยชนนั้น แม้จะได้ซ่อมส่วนที่ชำรุดแล้ว ก็ยังทำให้รถโจทก์เสื่อมราคาลงอีกโสดหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ให้ค่าเสื่อมราคารถ ๘,๐๐๐ บาทนั้น สมควรด้วยรูปคดีแล้ว รถที่ถูกชนนี้เป็นรถของโจทก์ที่มอบให้นายจำลองซึ่งเป็นนายช่างชลประทานเป็นผู้ใช้ในตำแหน่งหน้าที่ เมื่อเกิดเหตุแล้ว นายจำลองได้นำรถที่ถูกชนไปซ่อมและชำระราคาค่าซ่อมโดยนายจำลองยืมเงินทดรองจากกรมชลประทานโจทก์ไปชำระก็ดี ถือได้ว่านายจำลองกระทำแทนหรือในนามของโจทก์นั่นเอง จำเลยจะเถียงเป็นทำนองว่านายจำลองทำไปในฐานะส่วนตัว โจทก์ไม่เสียหาย ไม่มีสิทธิเรียกร้องนั้น ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1217/2508 กรมชลประทาน โดยม.ล.ชูชาติ กำภู อธิบดี โจทก์ บริษัทสมุทรปราการขนส่ง จำกัด โดยนายทรง โกสิยะสถิต กรรมการผู้จัดการ ที่ 1 นายณรงค์ วงษ์ไทย ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมชลประทาน โดยม.ล.ชูชาติ กำภู อธิบดี · ที่ - บริษัทสมุทรปราการขนส่ง จำกัด โดยนายทรง โกสิยะสถิต กรรมการผู้จัดการ · จำเลย - 1 นายณรงค์ วงษ์ไทย ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · พร สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา