⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1397/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจให้ค่าทนายเป็นพับ โดยไม่คำนึงถึงคำขอของโจทก์ที่แก้อุทธรณ์ ถือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบแล้ว

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 46 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญามาผูกพันถึงบุคคลภายนอกคดีด้วย ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ควรได้รับชดใช้ค่าเสียหายเพียง 2 ปี แทนที่จะเป็น 5 ปีดังคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วศาลอุทธรณ์จึงใช้ดุลพินิจให้ค่าทนายเป็นพับ ทั้งๆ ที่โจทก์แก้อุทธรณ์ เช่นนี้ เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ไปในทางการที่จ้าง และด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ชนรถโจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน จำเลยที่ ๑ ไม่มีพยานมาสืบ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ โดยกำหนดค่าเสียหาย (เฉพาะ) ในเรื่อง ขาดรายได้กำหนดให้เดือนละ ๑,๒๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๕ ปี พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ขาดรายได้จากการสอนพลศึกษาแก่โจทก์เดือนละ ๑,๒๐๐ บาท กำหนดเวลา ๒ ปี ส่วนค่าเสียหายนอกจากนี้คงให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น ค่าธรรมเนียมและค่าทนายชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ และโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) จะได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มิได้กระทำผิดดังฟ้องโจทก์ก็ตาม แต่ปรากฏว่า จำเลยที่ ๒ มิได้เป็นคู่ความในคดีอาญาที่จำเลยที่ ๑ ถูกฟ้องด้วยแต่อย่างใด จำเลยที่ ๒ เป็นบุคคลภายนอก ซึ่งมาตรา ๔๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญามาผูกพันถึงบุคคลภายนอกคดีด้วย ฎีกาจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น ฎีกาของโจทก์ที่ว่าควรได้รับเงินค่าขาดรายได้จากการสอนเป็นเวลา ๕ ปี ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สมควรคิดให้เป็นเวลา ๕ ปี โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ค่าธรรมเนียมค่าทนายเป็นพับนั้นยังไม่ถูก โจทก์ควรได้รับชดใช้ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ควรจะได้รับชดใช้ค่าเสียหายเพียง ๒ ปี แทนที่จะได้รับ ๕ ปีดังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฉะนั้น ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่ให้ค่าธรรมเนียมค่าทนายในชั้นศาลอุทธรณ์เป็นพับ จึงเป็นการชอบแล้ว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2508 นายเข็ม พงษ์พิพัฒน์ โจทก์ นายม่งจือ แซ่เฮ้า ที่ 1 นายเม่งคุณ แซ่ตั้ง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเข็ม พงษ์พิพัฒน์ · จำเลย - นายม่งจือ แซ่เฮ้า ที่ 1 นายเม่งคุณ แซ่ตั้ง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุธรรม ภัทราคม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา