⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 184/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำบังคับเป็นหน้าที่ของศาลเมื่อต้องมีการบังคับคดี และคำพิพากษาตามยอมที่มีคำสั่งให้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ถือว่ามีคำบังคับในตัวเองแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คำบังคับเป็นหน้าที่ของศาล เมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างใดซึ่งจะต้องมีการบังคับคดี ศาลต้องมีคำบังคับ ถ้าศาลมิได้มีคำบังคับไว้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ขอให้ศาลมีคำบังคับได้ ศาลได้พิพากษาตามยอมและมีคำสั่งท้ายคำพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมไม่ปฏิบัติตามจะถูกยึดทรัพย์ จำขัง ฯลฯ นั้น ถือว่าได้มีคำบังคับไว้แล้ว ศาลจึงไม่ออกคำบังคับซ้ำให้อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.273 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายที่ดินให้โจทก์เป็นเงิน ๑๐,๕๐๐ บาท และได้รับเงินล่วงหน้าไป ๖,๕๐๐ บาท ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมทำการโอนให้เพราะโจทก์เป็นภรรยาคนต่างด้าว โจทก์จำเลยจึงตกลงเลิกสัญญา จำเลยรับรองจะคืนเงิน ๖,๕๐๐ บาทให้ แต่ไม่คืนขอให้บังคับ จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์จำเลยทำสัญญประนีประนอมยอมความกัน และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญายอม ขอให้ศาลมีคำบังคับ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้ดำเนินการตามสัญญายอมแล้ว จึงไม่บังคับให้ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยชำระเงิน ๖,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำบังคับเป็นหน้าที่ของศาล คือ เมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำพิพากษาก็ขอให้ศาลมีคำบังคับได้ สำหรับคดีนี้ โจทก์น่าจะเข้าใจว่า ในฐานะที่โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ศาลยังมิได้มีคำบังคับจำเลย โจทก์จึงแถลงขอ โดยใช้ถ้อยคำว่า ขอศาลได้โปรดมีคำบังคับ ถ้าโจทก์ประสงค์จะขอให้ศาลบังคับคดี โจทก์คงจะร้องขอมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ เหตุนี้ จึงฟังว่าคำแถลงของโจทก์นั้น โจทก์ขอให้ศาลมีคำบังคับ ไม่ใช่ขอให้ศาลบังคับคดี ปัญหาต่อไปมีว่า โจทก์ขอให้มีคำบังคับได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ไม่จำต้องขออีกเพราะคำพิพากษาตามยอมได้มีคำบังคับไว้แล้ว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่บังคับให้ จึงเป็นการถูกในผลที่จะไม่บังคับซ้ำอีก ฏีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับตามผลศาลชั้นต้นที่ไม่สั่งให้มีคำบังคับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2508 นางวิรัตน์ พรมมาโนช โจทก์ นายเริญ ม่วงสิง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวิรัตน์ พรมมาโนช · จำเลย - นายเริญ ม่วงสิง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายพิชัย รชตะนนทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประภาษ วณิกเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5317/2538ฎีกา 5801/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1763/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 39/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 898/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1657/2503ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 1611/2497ฎีกา 7732/2552ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 380/2530ฎีกา 2487/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา