⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 241/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อที่ดินตกอยู่ในที่ล้อมของที่ดินผู้อื่นทั้งสี่ด้าน เจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมย่อมมีความชอบธรรมที่จะใช้ทางพิพาทที่เคยใช้สัญจรไปมาได้ แม้ทางพิพาทนั้นจะเป็นของบุคคลอื่นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยเปิดทางเดิน โดยอ้างว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ แม้จะพิจารณาได้ความว่าทางพิพาทเป็นของจำเลย มิใช่ทางสาธารณะก็ตาม เมื่อฟ้องโจทก์ก็ได้บรรยายว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมของที่ดินผู้อื่นทั้งสี่ด้าน และข้อเท็จจริงก็ได้ความว่าโจทก์เคยนำวัวควายออกไปเลี้ยงและทำนาโดยอาศัยทางพิพาทนี้มาก่อนจำเลยปิดกั้นแล้ว เช่นนี้ โจทก์ย่อมมีความชอบธรรมที่จะใช้ทางพิพาทได้ จำเลยจะใช้สิทธิปิดทางไม่ให้โจทก์ได้ใช้เสียเลยหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโจทก์อยู่ในที่ล้อมทั้งสี่ด้าน ทางเดินซึ่งอยู่ติดต่อกับที่ดินโจทก์ด้านใต้เป็นทางเดินจากที่ดินโจทก์ไปสู่ทุ่งนา เป็นทางเดินผ่านไปตามกลางพรุ ทางเดินนี้เป็นสาธารณะโจทก์ใช้ทางนี้สัญจรไปมาเสมอก่อน ๑๐ ปีแล้ว ต่อมาจำเลยได้ปิดทางเดินนี้เสียเป็นเหตุให้โจทก์และราษฎรอื่นได้รับความเดือดร้อน จึงขอให้ศาลสั่งจำเลยให้เปิดทางเดินและรื้อถอนสิ่งกีดขวางกั้นทางเดินออก และห้ามจำเลยอย่าให้ปิดทางนี้ต่อไป จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณะ แต่ที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อม จำเป็นต้องนำวัวควายไปเลี้ยงและทำนา โจทก์ผ่านที่ดินจำเลยไปสู่ทางสาธารณะ โจทก์มีความจำเป็นและชอบธรรมจะใช้ทางพิพาทในที่ดินจำเลยออกไปสู่คลองสาธารณะ จึงพิพากษาให้จำเลยเปิดทางพิพาทรื้อถอนสิ่งกีดขวาง แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะว่ากล่าวในเรื่องค่าทดแทนจากโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ระบุในฟ้องเพียงว่า ด้านทิศใต้ที่ดินโจทก์ต่อพรุและทางเดินและอ้างว่าทางเดินนี้เป็นทางสาธารณะ โจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าที่ดินของโจทก์มีที่ดินแปลงอื่นล้อมจนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ และโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยขอทำทางผ่านที่ดินจำเลยเนื่องจากความจำเป็นเพื่อไปออกสู่ทางสาธารณะ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าทางพิพาทที่โจทก์อ้างว่าเป็นทางสาธารณะนั้นไม่น่าเชื่อ เพราะได้ความว่าทางพิพาทอยู่ในที่ดินของจำเลย การที่มีผู้ใช้ทางพิพาทผ่านไปมาก็โดยจำเลยมิได้หวงห้ามแต่จำเลยก็ยังหวงแหนอยู่ ทางพิพาทจึงไม่ใช่ทางสาธารณะดังโจทก์ฟ้อง แต่ถึงอย่างไรก็ดี แม้ทางพิพาทจะไม่เป็นทางสาธารณะ ไม่ใช่ทางภารจำยอม แต่ฟ้องโจทก์ก็ได้บรรยายว่า ที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมของที่ดินผู้อื่นทั้งสี่ด้าน ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะเลย เมื่อกรณีของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกที่ดินของผู้อื่นล้อมอยู่โดยรอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๙ ก็ได้บัญญัติรับรู้ความจำเป็นของเจ้าของที่ดินที่ถูกที่ดินคนอื่นล้อมให้ผ่านที่ดินที่ล้อมที่ดินของตนไปสู่ทางสาธารณะได้ ย่อมเห็นได้ว่า จำเลยจะใช้สิทธิปิดทางไม่ให้โจทก์ได้ใช้เสียเลยหาได้ไม่และข้อเท็จจริงก็ได้ความชัดว่าได้เคยนำวัวควายออกไปเลี้ยงและทำนาที่ทุ่งนาโดยอาศัยทางพิพาทนี้มาก่อนจำเลยปิดกั้นแล้ว ดังนั้น โจทก์จึงมีความชอบธรรมที่จะใช้ทางพิพาทได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ โดยให้บังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2508 นายจันทร์ สีดำ โจทก์ นางแดง พุดดำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจันทร์ สีดำ · จำเลย - นางแดง พุดดำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายบุญทรง เค้าไพบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9050/2538ฎีกา 6190/2540ฎีกา 4801/2540ฎีกา 1822/2537ฎีกา 4781/2536ฎีกา 5281/2531ฎีกา 881/2518ฎีกา 1311/2506ฎีกา 715/2521ฎีกา 8399/2538ฎีกา 938/2481ฎีกา 652/2513ฎีกา 4176/2535ฎีกา 5886/2552ฎีกา 2655/2537ฎีกา 7405/2540ฎีกา 1706/2567ฎีกา 4891/2551ฎีกา 4727/2555ฎีกา 6460/2546ฎีกา 6524/2541ฎีกา 4300/2543ฎีกา 2091/2542ฎีกา 6161/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา