คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยเพราะต้องห้ามตามกฎหมาย ถือเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกา.
* ข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกา เว้นแต่ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัย.
* สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้เช่าไม่อาจยกสิทธิในสัญญาเช่าขึ้นต่อสู้ผู้ให้เช่าได้.
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์นั้น ในชั้นฎีกาต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงต้อห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
จำเลยฎีกาตึกพิพาทเป็นเคหะอยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 แต่มิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามตามมาตรา 249 และเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควรจะยกปัญหาดังกล่าวนี้ขึ้นวินิจฉัยตามมาตรา 142(5) ก็ไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้
เมื่อการเช่าอสังหาริมทรัพย์มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้เช่าก็ไม่อาจยกสิทธิเกี่ยวกับสัญญาเช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์เพื่ออาศัยอยู่และทำการค้า โดยมิได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือโจทก์ได้บอกกล่าวเลิกการเช่าให้จำเลยออกไปจากตึกพิพาท จำเลยก็ไม่ออก จึงขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวาร
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์จะมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทหรือไม่ จำเลยไม่ทราบ จำเลยไม่ได้เช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์ จำเลยไม่ได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าจากโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นข้อเท็จจริงที่จำเลยฎีกาขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้ ในชั้นฎีกาต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙
ที่จำเลยฎีกาว่าตึกพิพาทเป็นเคหะอยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่า ปัญหาข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ และเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควรจะยกปัญหาดังกล่าวนี้ขึ้นวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒(๕)
ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยเป็นเรื่องจำเลยโต้เถียงอ้างสิทธิตามสัญญาเช่าเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเช่าตึกพิพาทจากโจทก์โดยมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อการเช่าอสังหาริมทรัพย์มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือแล้ว จำเลยก็ไม่อาจยกสิทธิเกี่ยวกับสัญญาเช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2508
นายเก่ง ธารสิริโรจน์ โจทก์
นายเต็กเฮ้ง แซ่ตัน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเก่ง ธารสิริโรจน์ · จำเลย - นายเต็กเฮ้ง แซ่ตัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · กิตติ สีหนนทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายอารี กำเนิดงาม · ศาลอุทธรณ์ - นายทองคำ จารุเหติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา