⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 291/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2508

ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในผลที่ให้ยกฟ้องโจทก์ และคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

แม้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาท จำเลยที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์ได้สละการครอบครองให้บุตรีโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองแล้ว ก็ถือได้ว่าทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในผลที่ให้ยกฟ้องโจทก์ เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาท คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ได้ครอบครองเป็นเจ้าของด้วยความสงบและเปิดเผยตลอดมา โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่ออำเภอขอยกที่พิพาทและที่นอกพิพาทให้บุตรีโจทก์ จำเลยทั้งสองคัดค้านอ้างว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ เป็นการเถียงสิทธิโจทก์ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์ขายที่พิพาทให้จำเลยเป็นเวลา ๑๐ ปีแล้ว จำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทโดยเจตนาเป็นเจ้าของโดยความสงบและเปิดเผยตลอดมา โจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องครอบครองที่พิพาทแต่ประการใด ที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า โจทก์สละการครอบครองโดยขายให้จำเลยมา ๑๐ ปีแล้ว จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองตามกฎหมาย จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ที่พิพาททางซีตะวันออกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โจทก์นำพนักงานมารังวัดรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่พิพาททางด้านตะวันออกซึ่งแรสีดำไว้จำเลยที่ ๒ มีสิทธิครอบครอง และที่พิพาทส่วนนางเยาะจำเลยที่ ๑ โจทก์ได้ขายให้แก่จำเลยที่ ๑ จริง ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาทจำเลยที่ ๑ เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ได้สละการครอบครองที่พิพาทให้แก่บุตรีโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองแล้ว จึงไม่มีสิทธิจะฟ้องว่าที่พิพาทยังเป็นของโจทก์ แม้ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยมีความเห็นไปคนละอย่างก็ดี แต่ก็ถือได้ว่าทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาท และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในผลที่ให้ยกฟ้องโจทก์ คดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกประเด็นว่าโจทก์ได้สละการครอบครองที่พิพาทให้แก่บุตรีโจทก์ โจทก์จะขอให้ศาลแสดงว่ายังเป็นที่ของโจทก์อยู่อีกหาได้ไม่นั้น เห็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาท ฎีกาข้อนี้ของโจทก์จึงไม่มีสาระสำคัญที่จะสนับสนุนให้โจทก์ชนะคดีได้ พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2508 นายเจ๊ะฮะ ลือใบชา โจทก์ นางเยาะ ลือใบชา ที่ ๑ นางมีเนา ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจ๊ะฮะ ลือใบชา · จำเลย - นางเยาะ ลือใบชา ที่ ๑ นางมีเนา ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยุ้ย อาตมียะนันทน์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายเอก ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา