⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1533/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่โจทก์หลายคนฟ้องจำเลยในคดีเดียวกัน โดยแยกทุนทรัพย์ที่แต่ละคนเรียกร้องชัดเจน หากทุนทรัพย์ของโจทก์คนใดไม่เกิน 50,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโจทก์คนนั้นไม่ได้ * สิทธิของผู้ถูกทำละเมิดที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดไม่ระงับไป เพียงเพราะผู้ถูกทำละเมิดมีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์หลายคนฟ้องจำเลยให้รับผิดฐานละเมิดมาในฟ้องเดียวกัน โดยแยกทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้องเป็นจำนวนเท่าใดมาชัดเจน เป็นส่วนของแต่ละคนมิได้เรียกร้องเป็นจำนวนรวมกันมา เมื่อทุนทรัพย์ของโจทก์คนใดไม่เกิน 50,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโจทก์คนนั้นมิได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แม้ผู้ถูกทำละเมิดเป็นข้าราชการ มิสิทธิเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้ ก็ไม่ทำให้สิทธิของผู้ถูกทำละเมิดที่จะเรียกร้องจากผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดต้องระงับไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.444

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ขับรถบรรทุกขยะคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฝ.๔๒๓๒ นำขยะไปทิ้งตามทางการที่จ้าง เมื่อขับไปถึงที่เกิดเหตุจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถเลี้ยวขวาผ่านช่องว่างระหว่างร่องกลางถนนไปสู่ฝั่งขวาถนน เพื่อกลับรถไปสู่เส้นทางที่จะนำขยะไปทิ้ง ขณะนั้นมีรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฒ. ๒๙๗๒ ซึ่งโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้เช่าซื้อและโจทก์ที่ ๓ เป็นผู้ขับ วิ่งสวนทางมาด้วยความประมาทของจำเลยที่ ๒ โดยไม่หยุดรถให้รถทางตรงวิ่งผ่านไปก่อน กลับเลี้ยวรถตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด สุดวิสัยที่รถยนต์เก๋ง ก.ท.ฒ.๒๙๗๒ จะหยุดได้ทัน จึงทำให้ชนกับรถขนขยะอย่างแรง ยังผลให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองรวมกันใช้ค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า เหตุที่รถชนกันเป็นเพราะความประมาทของโจทก์หรืออย่างน้อยโจทก์มีส่วนร่วมประมาทด้วย จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกมาสูงเกินไป จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ ๒ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๒๑,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๓ จำนวน ๗,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๔ จำนวน ๔,๕๐๐ บาท ๒๗๔,๘๐๐ บาท แต่โจทก์ได้แยกทุนทรัพย์ มาชัดเจน เป็นส่วนของแต่ละคน มิได้เรียกร้องเป็นจำนวนรวมกันมา โจทก์ที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ แต่ละคนเป็นจำนวนไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยเฉพาะฎีกาจำเลยที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ ๒ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงแล้ว เหตุที่รถชนกันเป็นเพราะความประมาทของจำเลยที่ ๒ แต่ผู้เดียว สำหรับค่าสินไหมทดแทนของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งจำเลยที่ ๑ โต้เถียงมาเฉพาะค่ารักษาพยาบาลโดยอ้างว่าโจทก์ที่ ๒ เป็นข้าราชการ น่าจะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ที่ ๒ จะมีสิทธิเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้ ก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ที่ ๒ ที่จะเรียกร้องจากจำเลยต้องระงับไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2519 ร้อยโทสมชาติ หรุ่นศิริ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน โจทก์ กรุงเทพมหานคร โดยนายอรรถ วิสูตรโยธาภิบาล ผู้ว่าราชการที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยโทสมชาติ หรุ่นศิริ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน · กับพวกรวม - กรุงเทพมหานคร โดยนายอรรถ วิสูตรโยธาภิบาล ผู้ว่าราชการที่ 1 · ล. - 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รื่น วิไลชนม์ · ไพโรจน์ ไวกาสี · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายฉลอง จันทรัฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 142/2492ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2812/2539ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 149/2526ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 891/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา