คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 840/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การอ้างว่าการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินก่อนใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้ประชาชนหรือทางราชการไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นหนองน้ำสาธารณะได้นั้น เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงเป็นฎีกาต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249.
2. คดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา หากไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคแรก.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยโต้เถียงกันว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อปรากฎว่าทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท คดีโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ.มาตรา 248 วรรคแรก ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.พ.(ฉบับที่ 12) พ.ศ.2534 มาตรา 18
ปัญหาว่า บิดาโจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทก่อนใช้ประมวล-กฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) และครอบครองต่อเนื่องตลอดมา เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ทางราชการหรือประชาชนจะกล่าวอ้างว่าเป็นหนองน้ำสาธารณะใช้ประโยชน์ร่วมกันหาได้ไม่เป็นฎีกาข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เป็นฎีกาต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 249
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางหนู สิทธิจันทร์ · จำเลย - จังหวัดสุรินทร์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม มั่งมีดี · จเร อำนวยวัฒนา · สุชาติ ถาวรวงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายมหินทร์ สุรดินทร์กูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา