คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างเป็นหลักแห่งข้อหาและคำขอบังคับฟังไม่ขึ้น คำขออื่นที่อาศัยข้อเท็จจริงเดียวกันย่อมตกไป
* คำพิพากษาที่วินิจฉัยข้อพิพาทระหว่างเจ้าของรวมกับบุคคลภายนอก ย่อมผูกพันเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ด้วย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุก ขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย ประเด็นบุกรุกเป็นข้ออ้างของโจทก์ที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาและคำขอบังคับ เมื่อประเด็นข้อนี้ฟังเป็นยุติว่า จำเลยไม่ได้บุกรุก ข้อหาและคำขอบังคับอันมีค่าเสียหายและที่พิพาทเป็นของผู้ใดย่อมตกไปในตัว ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
เจ้าของรวมคนหนึ่งอาจใช้สิทธิครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอกได้ ฉะนั้น ผลแห่งคดีที่แม้เจ้าของรวมเพียงคนเดียวเป็นโจทก์ฟ้อง ก็ย่อมต้องผูกพันถึงเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ด้วย เหตุนี้ ถ้าเจ้าของรวมคนอื่นมาฟ้องใหม่อีก จึงเป็นฟ้องซ้ำ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินและเกี่ยวข้าวของโจทก์ไป ขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งแดงที่ ๓๓/๒๕๐๒, ๑๔๒/๒๕๐๕ ของศาลจังหวัดอ่างทอง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นและศาล ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ก็เพราะโจทก์กล่าวหาจำเลยบุกรุก คือ เข้ามาเกี่ยวข้าวในเขตที่ดินของโจทก์ ทางพิจารณาฟังได้ว่าเขตที่ดินโจทก์มิใช่เขตตามที่โจทก์อ้าง แต่อยู่ตรงเขตจังหวัดอ่างทองกับจังหวัดสุพรรณบุรีติดต่อกัน จะถือว่าจำเลยบุกรุกเข้ามาเกี่ยวข้าวในที่ดินของโจทก์ตามฟ้องไม่ได้ เมื่อจำเลยไม่ได้บุกรุก ศาลก็ต้องยกฟ้อง ส่วนที่พิพาทซึ่งอยู่ในเขตศาลจังหวัดสุพรรณบุรีจะตกเป็นของจำเลยหรือโจทก์ต้องเสียสิทธิไปศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นบุกรุกเป็นข้ออ้างของโจทก์ที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาและคำขอบังคับ เมื่อประเด็นนี้ฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้บุกรุกที่ดินโจทก์ ข้อหาและคำขอบังคับอันมีค่าเสียหายและที่พิพาทเป็นของผู้ใดย่อมตกไปในตัว ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
โจทก์ที่ ๒ ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้โจทก์ที่ ๒ เข้าไปผูกพันกับโจทก์ที่ ๑ ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๐๔ ตามสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๓๓/๒๕๐๔ ของศาลจังหวัดอ่างทางไม่ชอบด้วยหลักวิธีพิจารณา เพราะโจทก์ที่ ๒ มิได้เซ็นชื่อตกลงด้วย และมิใช่บุคคลในคดี ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ในกรณีเจ้าของรวม เจ้าของรวมคนหนึ่งอาจใช้สิทธิครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อต่อสู้บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๙ ผลแห่งคดีแพ่งแดงที่ ๓๓/๒๕๐๔ ของศาลจังหวัดอ่างทอง แม้โจทก์ที่ ๑ ผู้เดียวฟ้องจำเลยก็ต้องผูกพันโจทก์ที่ ๒ เจ้าของรวม ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๒ ร่วมกับโจทก์ที่ ๑ ฟ้องคดีนี้ ต้องถือว่าเป็นฟ้องซ้ำนั้น ชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2508
นายทองดี บุตรแสงดี ที่ ๑ นายเล็ก เมืองวงษ์ ที่ ๒ โจทก์
นายธูป อ่อนทอง ที่ ๑ นางตลับ พุ่มสวย ที่ ๒ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองดี บุตรแสงดี ที่ ๑ นายเล็ก เมืองวงษ์ ที่ ๒ · จำเลย - นายธูป อ่อนทอง ที่ ๑ นางตลับ พุ่มสวย ที่ ๒ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อินท์ อุดล · โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายปสพ นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายจินตา บุณยอาคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา