⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 351/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้ผู้เสียหายถึงแก่หน้าเสียโฉมติดตัว ถือเป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 การที่บุคคลหนึ่งแสดงเจตนาจะร่วมกระทำความผิด และได้ร่วมกระทำความผิดนั้นด้วยการแสดงออกอย่างชัดแจ้ง เช่น การชูปืนข่มขู่และห้ามผู้อื่นเข้าช่วยเหลือ ในขณะที่พวกตนกำลังร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ถือว่าบุคคลนั้นเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วย

ย่อคำพิพากษา

ลักษณะและสภาพของบาดแผลจะทำให้ผู้เสียหายถึงต้องหน้าเสียโฉมติดตัว เพราะกระโหลกศีรษะตอนหน้าผากจะเป็นรอยบุบยุบเข้าไป เช่นนี้นับได้ว่า ผู้เสียหายรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 การที่จำเลยทั้ง 4 วิ่งเข้าไปที่ผู้เสียหายพร้อมกัน แล้วจำเลยที่ 4 ชูปืน พร้อมกับร้องห้ามไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปช่วย และในขณะเดียวกัน จำเลยที่ 1 - 2 - 3 ก็เข้ากลุ้มรุมทำร้ายผู้เสียหาย เช่นนี้ ถือว่าจำเลยที่ 4 ร่วมกระทำความผิด เป็นตัวการ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจร่วมกันกระทำความผิด ชกต่อย เตะ ใช้เหล็กท่อนเป็นอาวุธตีทำร้ายร่างกายนายสงวนได้รับอันตรายสาหัส โดยหน้าเสียโฉมอย่างติดตัว ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๗, ๘๓ จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ นายสงวนผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๔ร่วมกันกระทำผิดตามมาตรา ๒๙๗ จำคุก นายชอ นายสนั่น นายชำนาญ จำเลยคนละ ๖ เดือน นายเย็นจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยทั้ง ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ ผิดมาตรา ๒๙๕ จำคุก จำเลยที่ ๑ - ๒ คนละ ๒ เดือน จำเลยที่ ๓ หนึ่งปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๔ โจทก์ - โจทก์ร่วมฎีกาของให้ลงโทษจำเลยที่ ๔ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงยุติว่า ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเป็นบาดแผลบริเวณเหนือคิ้วขวา ๒ แผล แผลใหญ่ยาว ๑ นิ้ว ลึกถึงกระโหลก กระโหลกศีรษะยุบและทะลุถึงเยื่อหุ้มสมอง นายแพทย์มั่นสิทธิเบิกความว่า ผลของการเอกซเรย์ปรากฏว่ากระดูกหน้าผากของกระโหลกศีรษะยุบเข้าไป เมื่อหายแล้วหน้าจะเสียโฉม เพราะกระโหลกศีรษะบุบยุบเข้าไปซึ่งเป็นการแสดงถึงลักษณะและสภาพของบาดแผลให้ศาลวินิจฉัยได้แล้วว่า บาดแผลนี้จะทำให้ผู้เสียหายถึงต้องหน้าเสียโฉมติดตัว เพราะกระโหลกศีรษะตอนหน้าผากจะเป็นรอยบุบยุบเข้าไป คดีเป็นอันฟังได้ว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ และเห็นว่า การที่จำเลยทั้ง ๔ วิ่งเข้าไปที่ผู้เสียหายพร้อมกัน แล้วจำเลยที่ ๔ ชูปืนพร้อมกับร้องห้ามไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปช่วย และในขณะเดียวกัน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ก็เข้ากลุ้มรุมทำร้ายผู้เสียหาย เช่นนี้ ย่อมต้องถือว่าจำเลยที่ ๔ ได้ร่วมกระทำผิดด้วย จึงเป็นตัวการ พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2508 อัยการจังหวัดสิงห์บุรี โจทก์ นายสงวน พูลหวัง จ.ร. นายชอ ไวว่อง กับพวกรวม ๔ คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสิงห์บุรี · จ.ร. - นายสงวน พูลหวัง · จำเลย - นายชอ ไวว่อง กับพวกรวม ๔ คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · พร สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 2669/2538ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา