⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 354/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ข้ออ้างที่ไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ในคดีเดิม จะนำมาเป็นข้อต่อสู้ในคดีใหม่ไม่ได้ หากจำเลยไม่ได้ให้การยอมรับหรือปฏิเสธฟ้องโจทก์ในคดีใหม่. * การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกินกว่าสิบปี ย่อมทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจะถือเอาข้ออ้างในคำร้องคัดค้านของคดีเดิมมาเป็นข้อต่อสู้ในคดีใหม่ไม่ได้ เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การคดีใหม่ว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธฟ้องโจทก์ จำเลยจึงไม่มีข้อต่อสู้ การที่จำเลยนำสืบตามข้ออ้างในคำร้องคัดค้านของคดีเดิมจึงเป็นการนำสืบนอกประเด็น รับฟังไม่ได้ ผู้มีชื่อยกที่พิพาทให้โจทก์และสามี โดยให้โจทก์และสามีไถ่จำนองให้ แล้วโจทก์กับสามีได้ยึดถือครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้ว โจทก์และสามีย่อมได้กรรมสิทธิ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.185 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครอง จำเลยไปคัดค้าน โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยโจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่านายแช่มนางพอนได้ยกที่พิพาทให้โจทก์กับสามี โจทก์กับสามีได้ครอบครองที่พิพาทมากว่า ๑๐ ปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ แต่โจทก์กับสามีมิได้เป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ที่พิพาทจึงเป็นของโจทก์เพียงครึ่งเดียว ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ส่วนของโจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์กับสามีเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยให้การแต่เพียงว่า ก่อนฟ้องโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท จำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้าน โจทก์จึงถอนคดีนั้นมาฟ้องคดีนี้ แม้ในคำร้องคัดค้านในคดีเดิมจำเลยจะอ้างว่าโจทก์กับสามีเป็นสามีภรรยากันมาไม่ถึง ๒๐ ปี และไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ตาม เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การในคดีนี้ว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธว่าโจทก์กับสามีเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจะถือเอาข้ออ้างในคำร้องคัดค้านของคดีอื่นมาเป็นข้อต่อสู้ของคดีนี้ไม่ได้ คดีนี้จึงไม่มีข้อต่อสู้ของจำเลยว่าโจทก์กับสามีเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์กับสามีเป็นสามีภรรยากันมาเพียง ๑๕ ปี จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็น รับฟังไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายโกฏชอบแล้ว เมื่อนายแช่มนางพอนได้ยกที่พิพาทให้โจทก์และสามีโจทก์ โดยให้โจทก์และสามีไถ่จำนองจากนางจัน แล้วโจทก์และสามีได้ยึดถือครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า ๑๐ ปี โจทก์และสามีย่อมได้กรรมสิทธิ์ เมื่อสามีโจทก์ตาย โจทก์ผู้เดียวได้ครอบครองที่พิพาทต่อเนื่องกันมา โจทก์จึงมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตามฟ้อง พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2508 นางลมูล เพ็ญธัญกรณ์ โจทก์ นายชุบ เพ็ญธัญกรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลมูล เพ็ญธัญกรณ์ · จำเลย - นายชุบ เพ็ญธัญกรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายวิจิตร หิรัญรัศ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 4838/2548ฎีกา 231/2482ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1360/2544ฎีกา 62/2539ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3005/2541ฎีกา 119/2532ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา