⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 389/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 389/2508

ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองที่ดินโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แม้จะมิได้แจ้งการครอบครองตามกฎหมาย ก็ยังมีอำนาจฟ้องผู้ที่เข้ามารบกวนการครอบครองหรือโต้แย้งสิทธิของตนได้

ย่อคำพิพากษา

ที่พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 5 บัญญัติให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการครอบครองที่ดิน ถ้าไม่แจ้งให้ถือว่าบุคคลนั้นเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดินรัฐมีอำนาจจัดที่ดินนั้นได้ นั้น เป็นเรื่องระหว่างผู้ครอบครองที่ดินกับรัฐ คดีพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นราษฎรด้วยกัน จึงอ้างการครอบครองใช้ยันกันได้ เมื่อโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดิน แม้จะมิได้แจ้งการครอบครอง โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยผู้เข้ามารบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์หรือโต้แย้งสิทธิโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า ได้ครอบครองติดต่อกันมา ๑๕ ปีแล้ว จำเลยได้นำเจ้าพนักงานที่ดินบุกรุกเข้าไปรังวัดที่ดินโจทก์ ขอให้ศาลห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์เช่าที่พิพาทจากจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ก่นสร้างครอบครองที่พิพาทมา มิได้เช่าที่พิพาทจากจำเลย แม้จำเลยจะได้แจ้งการครอบครองที่ดินของจำเลยเกินเลยมาถึงที่ของโจทก์และตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๕ จะบัญญัติให้ถือว่าโจทก์มีเจตนาสละสิทธิครอบครอง การสละนั้นก็ไม่ทำให้จำเลยเกิดสิทธิเป็นเจ้าของที่ดินส่วนที่จำเลยแจ้งเกินไว้นั้น และการที่ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๕ บัญญัติให้ผู้ที่ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือแสดงสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการครอบครองที่ดิน ถ้าไม่แจ้งให้ถือว่าบุคคลนั้นเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดิน รัฐมีอำนาจจัดที่ดินได้นั้น เป็นเรื่องระหว่างผู้ครอบครองที่ดินกับรัฐ คดีนี้เป็นกรณีพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นราษฎรด้วยกันเอง จึงอ้างการครอบครองใช้ยันกันได้ โจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 389/2508 นายมี ขุนอาสา โจทก์ นางนาง เลาหะพาณิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมี ขุนอาสา · จำเลย - นางนาง เลาหะพาณิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อินท์ อุดล · โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายยง โรจนสุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา