⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 413/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าไม่ยอมทำสัญญาเช่าใหม่ตามที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ใหม่เรียกร้อง และยังคงครอบครองทรัพย์สินต่อไป ถือว่าเป็นการอยู่โดยละเมิด

ย่อคำพิพากษา

พฤติการณ์ที่ถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยเช่าตึกพิพาทจากเจ้าของเดิมโดยไม่มีกำหนดเวลา เมื่อกรรมสิทธิ์ในตึกพิพาทตกมาเป็นของโจทก์ โจทก์ได้บอกให้จำเลยมาทำสัญญาเช่า จำเลยไม่ยอมมาทำโจทก์จึงบอกกล่าวให้ออกไป จำเลยยังขืนอยู่ เช่นนี้ ถือว่าอยู่โดยละเมิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อตึกแถวจากธนาคารเอเซีย จำเลยและบริวารเข้ามาอยู่โดยละเมิดขอให้ขับไล่ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเพิกเฉยให้เวลาล่วงเลยมาเดือนกว่า โดยมีเหตุผลเพียงว่า เป็นคนจีนอ่านหนังสือไทยไม่ได้ ไม่เข้าใจในเรื่องคดีความแต่จำเลยก็รับว่าได้ไปปรึกษาญาติ ๆ รับว่าจะไปปรึกษาทนายแล้วเงียบหายไป จำเลยรู้อยู่แล้วว่าศาลกำหนดให้ยื่นคำให้การภายใน ๘ วันเมื่อมีเหตุขัดข้องก็น่าจะรีบแจ้งให้ศาลทราบภายในกำหนดนั้น แต่จำเลยเพิกเฉยเสีย ไม่เอาใจใส่ต่อหมายศาล จนศาลนัดสืบพยานโจทก์ และเอาหมายไปปิด จำเลยก็ไม่มาติดต่อแสดงเหตุขัดข้อง จนต่อมาอีกครึ่งเดือนถึงวันสืบพยานโจทก์จำเลยจึงได้ยื่นคำร้อง(ขอยื่นคำให้การ) พฤติการณ์เป็นเรื่องที่จำเลยไม่เอาใจใส่ต่อคดี เห็นได้ว่าการขาดนัดนั้นเป็นไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การนั้น ชอบแล้ว จำเลยฎีกาว่า จำเลยเช่าห้องพิพาทจากเจ้าของเดิม โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์มา ก็ต้องรับโอนสิทธิการเช่าด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ตามกฎหมายโจทก์ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์จะต้องรับโอนสิทธิการเช่ามาด้วยก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าการเช่าระหว่างจำเลยกับเจ้าของเดิมนั้นมีกำหนดเวลาประการใด เมื่อกรรมสิทธิ์ตกมาเป็นของโจทก์ โจทก์ได้บอกให้จำเลยมาทำสัญญาเช่าจำเลยไม่ยอมมาทำ โจทก์จึงบอกกล่าวให้ออกไป จำเลยก็ยังขืนอยู่ การที่จำเลยขืนอยู่ต่อไปจึงเป็นการละเมิด ไม่ใช่อยู่โดยการเช่า โจทก์จึงฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2508 นายสุจิตร ปัตตะโชติ โจทก์ นายมุ่งเซ้งหรือหมงเซีย แซ่เจีย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุจิตร ปัตตะโชติ · จำเลย - นายมุ่งเซ้งหรือหมงเซีย แซ่เจีย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพร สมบัติศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 280/2530ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา