⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 597/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 597/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละมรดกโดยสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระบุให้ผู้สละมีสิทธิเก็บกินในทรัพย์มรดก หรือให้ทรัพย์มรดกแก่บุคคลอื่น ถือว่าเป็นการสละมรดกโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่การสละมรดกโดยมีเงื่อนเวลาหรือเงื่อนไข

ย่อคำพิพากษา

เมื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างจำเลย บุตรจำเลย และผู้ร้องขัดทรัพย์ มีข้อตกลงว่า จำเลยยอมสละมรดกส่วนของตนทั้งสิ้น เช่นนี้แม้จะมีข้อตกลงต่อไปว่า ให้จำเลยมีสิทธิเก็บกินจนกว่าจะวายชนม์ และผู้ร้องขัดทรัพย์ยกที่ดินส่วนหนึ่งให้บุตรจำเลยก็ดี ก็ไม่ถือว่าเป็นการสละมรดกโดยมีเงื่อนเวลาหรือเงื่อนไข แต่ถือว่าเป็นการได้สิทธิเพราะการสละมรดกโดยสัญญาประนีประนอมยอมความ การสละมรดกจึงสมบูรณ์ ไม่ฝ่าฝืนมาตรา 1613

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1612 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1613

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง เพราะเป็นทรัพย์มรดกที่จำเลยสละเสียแล้ว ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด โจทก์ให้การว่า ทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นมรดกตกทอดมายังจำเลยกับผู้ร้องไม่ใช่ของผู้ร้องแต่ผู้เดียว การสละมรดกหากมีอยู่ก็ไม่มีผลบังคับถึงโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์เกี่ยวกับทรัพย์มรดกนี้ เพราะได้สละเสียแล้ว มีคำสั่งให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์เอกสาร ร.๑ แล้ว เห็นว่า เอกสารดังกล่าวเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง และนางเล็ก ซึ่งมีข้อตกลงกันว่า จำเลยยอมสละมรดกของนายปรึกทั้งสิ้น และผู้ร้องยอมแบ่งที่ดินส่วนหนึ่งให้นางเล็ก จึงเป็นหลักฐานแสดงการสละมรดกของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑๒ การที่มีข้อตกลงต่อไปว่า ให้จำเลยมีสิทธิเก็บกินผลไม้ในส่วนได้กึ่งหนึ่งจนกว่าจะวายชนม์ก็ดี และผู้ร้องยกที่ดินส่วนหนึ่งให้นางเล็กบุตรติดจำเลยก็ดีจะถือว่าเป็นการสละมรดกโดยมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาดังที่โจทก์ฎีกาไม่ได้ เพราะจำเลยได้สละมรดกส่วนของจำเลยแล้วทั้งสิ้นโดยไม่ขอรับมรดกเลย การที่จำเลยมีสิทธิเก็บกินผลไม้ได้จนกว่าจะวายชนม์ ไม่ใช่เป็นการสละมรดกโดยมีเงื่อนเวลา แต่เป็นการได้สิทธิเพราะการสละมรดกโดยสัญญาประนีประนอมยอมความ และการที่ผู้ร้องได้ตกลงยกที่ดินส่วนหนึ่งให้นางเล็กก็ไม่ใช่เป็นการสละมรดกโดยมีเงื่อนไข เพราะไม่ใช่เหตุการณ์ในอนาคตและไม่แน่นอน แต่เป็นเรื่องที่นางเล็กได้ร่วมตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย คือ ผู้ร้องยอมยกที่ดินส่วนหนึ่งให้นางเล็กและนางเล็กยอมรับ ฉะนั้น การสละมรดกของจำเลยจึงมีผลสมบูรณ์ ไม่ฝ่าฝืนมาตรา ๑๖๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยย่อมไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ที่โจทก์นำยึด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 597/2508 นายประเสริญ จิราพงษ์ โจทก์ นางคำ คะระนันท์ จำเลย นางเผื่อน โพล้งจั่น ผ.ร.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประเสริญ จิราพงษ์ · จำเลย - นางคำ คะระนันท์ · ผ.ร. - นางเผื่อน โพล้งจั่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · พร สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายจินดา เกตุปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3191/2547ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 308/2509ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1280/2502ฎีกา 953/2505ฎีกา 2431/2530ฎีกา 2242/2531ฎีกา 7568/2541ฎีกา 1028/2564ฎีกา 506/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา