⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 684/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2508

ป.พ.พ. ม.1012, 1356, 1357

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่ได้อยู่กินกันฉันสามีภริยาและทำมาหากินร่วมกันจนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่อยู่กินกันฉันสามีภริยา ย่อมเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิขอแบ่งได้ครึ่งหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยแต่งงานกันตามประเพณีนิยม(ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) อยู่กินกันฉันสามีภริยาทำมาหากินร่วมกัน มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมานี้ย่อมเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกันจำเลยมีสิทธิขอแบ่งได้ครึ่งหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จำเลยได้แต่งงานกันตามประเพณี อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยา แต่มิได้จดทะเบียนสมรส ร่วมกันลงทุนประกอบการค้า เก็บเงินที่เกิดผลประโยชน์จากการค้าร่วมกันไว้ได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยเป็นผู้เก็บฝากไว้ในธนาคารออมสินสาขาพระประแดงในนามของจำเลย ต่อมาจำเลยป่วย ได้มอบการเงินให้นางชุ่มบุตรจำเลยไม่ยอมให้โจทก์มีส่วนใช้จ่าย จึงขอให้แบ่งเงิน จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยได้เสียกันอย่างลับ ๆ มิได้อยู่กันอย่างฉันสามีภริยา โจทก์มิได้ลงทุนร่วมกับจำเลย มีรายได้ไม่ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท ถึงจะมี จำเลยเป็นผู้หามาจากทรัพย์สินของจำเลย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งเงินให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๕,๘๙๑.๐๕ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่จำเลยอ้างว่าการสมรสระหว่างโจทก์จำเลยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่งก็แต่เฉพาะทรัพย์ที่จำเลยได้มาโดยโจทก์มิได้ร่วมในการหาได้มาด้วยเท่านั้น แต่ในคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากที่โจทก์จำเลยอยู่กินร่วมกันและช่วยกันประกอบการค้าหาเลี้ยงชีพอย่างสามีภริยาแล้ว มีเงินฝากในธนาคารออมสินเพิ่มขึ้นจากจำนวนที่จำเลยได้ฝากไว้แต่เดิม ๑๑,๗๘๒.๑๑ บาท โดยฟังไม่ได้ว่าเป็นเงินที่จำเลยหาได้มาแต่ฝ่ายเดียวโดยโจทก์มิได้มีส่วนช่วยหา จึงต้องแบ่งครึ่งกัน ดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพิพากษามานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2508 นางบุญธรรม อันดวงหรือมุสิกวงษ์ โจทก์ นายเที่ยง อันดวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญธรรม อันดวงหรือมุสิกวงษ์ · จำเลย - นายเที่ยง อันดวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายเสมา รัตนมาลัย · ศาลอุทธรณ์ - นายโกวิท ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 655/2523ฎีกา 2617/2524ฎีกา 9692/2552ฎีกา 2624/2551ฎีกา 632/2491ฎีกา 2389/2540ฎีกา 1462/2565ฎีกา 5523/2536ฎีกา 3740-3741/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 9577/2552ฎีกา 1427/2493ฎีกา 245/2531ฎีกา 5283/2540ฎีกา 12518/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 643/2497ฎีกา 5438/2537ฎีกา 5050/2541ฎีกา 916/2509ฎีกา 2987/2517ฎีกา 953/2505ฎีกา 1561-1562/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา