⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 695/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการตกลงกันให้ฝ่ายผู้ให้เช่าไปเก็บค่าเช่า ผู้เช่าจึงมีหน้าที่ไปชำระค่าเช่า ณ ภูมิลำเนาผู้ให้เช่า การที่ผู้ให้เช่าไม่ไปเก็บค่าเช่าจึงไม่เป็นข้อแก้ตัวให้ผู้เช่าพ้นความรับผิดในการผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า

ย่อคำพิพากษา

เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการตกลงกันให้ฝ่ายผู้ให้เช่าไปเก็บค่าเช่าจากผู้เช่า ผู้เช่าจึงมีหน้าที่ไปชำระค่าเช่า ณ ภูมิลำเนาผู้ให้เช่า ฉะนั้น การที่ผู้ให้เช่าไม่ไปเก็บค่าเช่าจึงไม่เป็นข้อแก้ตัวให้ผู้เช่าพ้นความรับผิดในการผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.324 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไดรับโอนห้องพิพาทมาจากผู้ให้เช่าเดิม และแจ้งให้จำเลยทราบเพื่อชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์ จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์สองคราวติด ๆ กัน โจทก์บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้วจำเลยก็ไม่ออกจากห้องพิพาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเช่าห้องพิพาทจากนายสุขุมโดยเสียเงินช่วยค่าก่อสร้าง นายสุขุมตกลงให้จำเลยเช่าอยู่ตลอดไปหรืออย่างน้อง ๑๘ ปี นายสุขุมยินยอมให้จำเลยต่อเติมอาคารโดยตกลงกันว่าจำเลยจะยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายสุขุมเมื่อจำเลยเช่าครบ ๑๘ ปีแล้ว จำเลยไม่เคยทราบเรื่องการโอนห้องพิพาท โจทก์ไม่เคยไปเก็บค่าเช่าจำเลยใช้ห้องพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยจึงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย โจทก์รับโอนห้องพิพาทจึงต้องรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่ากับจำเลย จำเลยมีสิทธิได้รับชำระค่าต่อเติมห้องพิพาทจากโจทก์ หากต้องออกจากห้องพิพาท ค่าเสียหายตามฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีสิทธิเช่าห้องพิพาทอย่างน้อง ๑๘ ปี หรือให้โจทก์ใช้ค่าก่อสร้างที่จำเลยทำเพิ่มเติมขึ้น โจทก์แก้ฟ้องแย้งว่า สัญญาเช่าของจำเลยมิได้จดทะเบียนใช้บังคับได้เพียง ๓ ปี จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ คำมั่นของนายสุขุมต่อจำเลยไม่ผูกพันโจทก์ โจทก์ไม่จำต้องใช้ราคาทรัพย์ที่ต่อเติม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย โจทก์ไม่ได้รับค่าเช่าแต่ไม่ได้ฟ้องเรียกค่าเช่า จึงไม่บังคับให้ สัญญาระหว่างนายสุขุมกับจำเลยไม่ผูกพันโจทก์ จึงยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย นอกนั้นยืนตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้รู้ถึงการโอนห้องพิพาทแล้ว ข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์มิได้แจ้งการรับโอนห้องพิพาทเป็นหนังสือ โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่านั้น ไม่มีบทกฎหมายใดสนับสนุน ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่ไปเก็บค่าเช่าจากจำเลยจะว่าจำเลยผิดนัดไม่ได้นั้น ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๔ จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าได้ตกลงกันให้ฝ่ายผู้ให้เช่าไปเก็บค่าเช่าจากผู้เช่า ผู้เช่าจึงมีหน้าที่ไปชำระค่าเช่า ณ ภูมิลำเนาของผู้ให้เช่า ฉะนั้น การที่ผู้ให้เช่าไม่ไปเก็บค่าเช่าจึงไม่เป็นข้อแก้ตัวให้ผู้เช่าพ้นความรับผิดในการผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า ข้อที่ว่าการตกลงเช่าระหว่างจำเลยกับนายสุขุมเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์รับโอนห้องพิพาทมา โจทก์ก็ต้องถูกผูกพันตามความตกลงนั้นด้วยนั้นสัญญาต่างตอบแทนระหว่างจำเลยกับนายสุขุมก่อให้เกิดบุคคลสิทธิผูกพันระหว่างคู่สัญญามิใช่ทรัพย์สิทธิ ไม่ตกติดไปกับทรัพย์ของคู่สัญญา ส่วนค่าเสียหายนั้นโจทก์นำสืบรับฟังได้ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2508 นายธาตรี แซ่อือ โจทก์ นายเอี๊ยะเกียง แซ่เอีย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธาตรี แซ่อือ · จำเลย - นายเอี๊ยะเกียง แซ่เอีย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวรา ไวยหงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจวน เจียรณัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 704/2507ฎีกา 4122/2540ฎีกา 15383/2555ฎีกา 3930/2541ฎีกา 516/2513ฎีกา 735/2524ฎีกา 5457/2541ฎีกา 3572/2526ฎีกา 2577/2517ฎีกา 1111/2493ฎีกา 2325/2514ฎีกา 941/2491ฎีกา 1735/2517ฎีกา 477/2513ฎีกา 3520/2538ฎีกา 710/2508ฎีกา 977/2510ฎีกา 2725/2515ฎีกา 182/2506ฎีกา 419/2507ฎีกา 685/2538ฎีกา 1038/2508ฎีกา 693/2490ฎีกา 1081/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา