⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 998-1000/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998-1000/2509

ป.พ.พ. ม.204, 208, 324 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าส่งค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าเดิมหลังจากที่สิทธิเรียกร้องค่าเช่าได้ถูกโอนไปยังบุคคลอื่นแล้ว ไม่ถือเป็นการชำระหนี้โดยชอบ และผู้เช่าไม่มีสิทธิอ้างเหตุดังกล่าวเพื่อปฏิเสธการชำระค่าเช่าแก่ผู้รับโอนได้

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับผู้ให้เช่าเดิม จำเลยมีหน้าที่ที่จะต้องนำเงินค่าเช่าไปชำระให้แก่โจทก์ ฉะนั้น การที่จำเลยส่งค่าเช่าไปชำระแก่โจทก์และทนายโจทก์ทางธนาณัติโจทก์และทนายโจทก์ไม่ยอมรับ ถือได้ว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบ เมื่อจำเลยตกเป็นฝ่ายผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า 2 คราวติดกัน เมื่อโจทก์ได้ให้ผู้แทนบอกกล่าวเลิกการเช่า จำเลยไม่ออกไป โจทก์จึงฟ้องขับไล่ได้ ในคดีก่อนศาลวินิจฉัยว่า การเช่าของจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ เห็นได้ว่าศาลในคดีนั้นมิได้วินิจฉัยหรือชี้ขาดในเรื่องค่าเช่า โจทก์จึงฟ้องคดีนี้เรียกค่าเช่าที่ค้างได้ จำเลยมีหน้าที่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิในค่าเช่าไป การที่จำเลยชำระค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม จึงจะยกเป็นข้อต่อสู้ไม่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์หาได้ไม่ ข้อที่ว่าสัญญาเช่าได้เปลี่ยนแปลงแล้วเพราะที่ปฏิบัติมา เจ้าของผู้ให้เช่าเป็นผู้มาเก็บค่าเช่าเองโดยมิได้ถือเอาตามสัญญา จำเลยไม่ได้ยกข้อเท็จจริงอันนี้ขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นไว้ และฟ้องก็ไม่ได้บรรยายว่าผู้ให้เช่าเป็นผู้ไปเก็บค่าเช่าเองจริง จึงไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.208 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.324 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.559 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.17

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้ง ๓ สำนวนนี้โจทก์คนเดียวกันยื่นฟ้องจำเลยแต่ละสำนวนด้วยข้อความเหมือนกันว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๓๖ รวมทั้งบ้านเลขที่ ๑๙๔,๑๙๔/๑ และตึกแถวเลขที่ ๑๙๔/๒ ถึง ๑๙๔/๙ ในที่ดินดังกล่าวโดยรับซื้อฝากจากเจ้าของเดิมและขาดสิทธิแก่โจทก์ โจทก์ได้ให้ทนายมีหนังสือแจ้งให้จำเลยผู้อยู่ในตึกแถวเลขที่ ๑๙๔/๖,๑๙๔/๘ และ ๑๙๔/๙ ทราบถึงการเป็นเจ้าของ โจทก์ได้ฟ้องขับไล่จำเลย ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะได้ความว่าจำเลยเช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ตั้งแต่โจทก์รับซื้อฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งตึกแถวเลขที่ ๑๙๔/๖,๑๙๔/๘ และ ๑๙๔/๙ นี้จากเจ้าของเดิมเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๐๒ จำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์ นายชัยวัฒน์ผู้แทนโจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญา จำเลยแต่ละคนก็มีหนังสือส่งค่าเช่าทางธนาณัติเป็นค่าเช่าเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๐๗ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๐๗ ถึงนายชัยวัฒน์ ถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ ครั้งติดต่อกัน ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ ๑๙๔/๖, ๑๙๔/๘ และ ๑๙๔/๙ ให้จำเลยแต่ละคนชำระค่าเช่าและค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน ๒,๐๖๐ บาท และต่อไปเดือนละ ๕๐ บาท จำเลยทั้ง ๓ สำนวนให้การเป็นอย่างเดียวกันว่า โจทก์ได้ฟ้องจำเลยครั้งหนึ่งตามคดีของศาลแพ่งแดงที่ ๒๐๐๖/๒๕๐๖, ๒๐๐๘/๒๕๐๖ และ ๒๐๐๙/๒๕๐๖ และคดีถึงที่สุด จำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า จำเลยชำระ โจทก์ไม่ยอมรับเอง จำเลยจึงส่งไปทางธนาณัติ เรื่องค่าเช่านี้ก็เป็นอันสิ้นสุดไปแล้ว จำเลยไม่ได้ผิดสัญญา โจทก์ฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้ง ๓ สำนวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารทั้ง ๓ สำนวนออกจากอาคารพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างให้โจทก์รวม ๒,๐๖๐ บาท ค่าเสียหายเดือนละ ๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากห้องพิพาท ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับขุนอาทรผู้ให้เช่าเดิม จำเลยมีหน้าที่ที่จะต้องนำเงินค่าเช่าไปชำระให้แก่โจทก์ ฉะนั้น การที่จำเลยส่งค่าเช่าไปชำระแก่โจทก์และทนายโจทก์ทางธนาณัติ โจทก์และทนายโจทก์ไม่ยอมรับเช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบ จำเลยตกเป็นฝ่ายผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า ๒ คราวติดกัน เมื่อโจทก์ได้ให้ผู้แทนบอกกล่าวเลิกการเช่าให้จำเลยและบริวารออกไปจากสถานที่เช่าแล้ว จำเลยไม่ออกไป โจทก์จึงฟ้องขับไล่ได้ สำหรับค่าเช่าตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๐๓ ถึง พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกและจำเลยให้การว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งและคดีถึงที่สุดแล้วจริง ซึ่งศาลแพ่งก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าการเช่าของจำเลยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และเรื่องค่าเช่าคดีนี้ก็เป็นอันสิ้นสุดไปแล้วนั้น ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนคดีแพ่งของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๐๐๖/๒๕๐๖, ๒๐๐๘/๒๕๐๖, ๒๐๐๙/๒๕๐๖ ปรากฏว่า ศาลได้วินิจฉัยว่าการเช่าของจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ เห็นได้ชัดว่า ศาลในคดีนั้นมิได้วินิจฉัยหรือชี้ขาดในเรื่องค่าเช่าตึกพิพาทระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๐๓ ถึงเดือน พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ไว้อย่างใดเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้ชำระค่าเช่าในระยะเวลาดังกล่าวให้ขุนอาทรซึ่งเป็นผู้ให้เช่าคนเดิมก่อนกรรมสิทธิ์ในตึกพิพาทตกมาเป็นของโจทก์โดยเด็ดขาด แต่โจทก์ได้ให้นายชัยวัฒน์ทนายแจ้งการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของโจทก์ในตึกพิพาทไปยังจำเลยเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๐๓ จากนั้นไปจำเลยจึงมีหน้าที่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาเช่าได้มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะที่ปฏิบัติมา เจ้าของผู้ให้เช่าเป็นผู้มาเก็บค่าเช่าเอง โดยมิได้ถือเอาตามสัญญานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยมิได้ยกข้อเท็จจริงอันนี้ขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นและตามฟ้องข้องข้อ ๕ ของโจทก์ก็หมายถึงแต่เพียงว่าจำเลยได้มีหนังสือมาถึงโจทก์เช่นนั้นจริง มิได้บรรยายว่าผู้ให้เช่าเป็นผู้ไปเก็บค่าเช่าเองจริง จึงไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998 - 1000/2509 นายประมุข สุวรรณศิลป์ สุวรรณศิลป์ บุตรผู้เยาว์ โจทก์ สิบเอก ต.ชนะ ส่วนช่วย ที่ 1 นางนันทยา แก้วแสง ที่ 2 จำเลย นายประมุข สุวรรณศิลป์ สุวรรณศิลป์ บุตรผู้เยาว์ โจทก์ นางมณฑา หอมวิไล จำเลย นายประมุข สุวรรณศิลป์ สุวรรณศิลป์ บุตรผู้เยาว์ โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความสุวรรณศิลป์ - นายประมุข สุวรรณศิลป์ · โจทก์ - บุตรผู้เยาว์ · 1 - สิบเอก ต.ชนะ ส่วนช่วย ที่ · จำเลย - นางนันทยา แก้วแสง ที่ 2 · สุวรรณศิลป์ - นายประมุข สุวรรณศิลป์ · โจทก์ - บุตรผู้เยาว์ · จำเลย - นางมณฑา หอมวิไล · สุวรรณศิลป์ - นายประมุข สุวรรณศิลป์ · โจทก์ - บุตรผู้เยาว์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเสนีย์ วาทิน · ศาลอุทธรณ์ - นายฉลาด ไชยชาญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 591/2531ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 763/2484ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1079/2497ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา