⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 998-1000/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998-1000/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าส่งค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าเดิมหลังจากที่สิทธิเรียกร้องค่าเช่าได้ถูกโอนไปยังบุคคลอื่นแล้ว ไม่ถือเป็นการชำระหนี้โดยชอบ และผู้เช่าไม่มีสิทธิอ้างเหตุดังกล่าวเพื่อปฏิเสธการชำระค่าเช่าแก่ผู้รับโอนได้

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับผู้ให้เช่าเดิม จำเลยมีหน้าที่ที่จะต้องนำเงินค่าเช่าไปชำระให้แก่โจทก์ ฉะนั้น การที่จำเลยส่งค่าเช่าไปชำระแก่โจทก์และทนายโจทก์ทางธนาณัติโจทก์และทนายโจทก์ไม่ยอมรับ ถือได้ว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบ เมื่อจำเลยตกเป็นฝ่ายผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า 2 คราวติดกัน เมื่อโจทก์ได้ให้ผู้แทนบอกกล่าวเลิกการเช่า จำเลยไม่ออกไป โจทก์จึงฟ้องขับไล่ได้ ในคดีก่อนศาลวินิจฉัยว่า การเช่าของจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ เห็นได้ว่าศาลในคดีนั้นมิได้วินิจฉัยหรือชี้ขาดในเรื่องค่าเช่า โจทก์จึงฟ้องคดีนี้เรียกค่าเช่าที่ค้างได้ จำเลยมีหน้าที่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิในค่าเช่าไป การที่จำเลยชำระค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม จึงจะยกเป็นข้อต่อสู้ไม่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์หาได้ไม่ ข้อที่ว่าสัญญาเช่าได้เปลี่ยนแปลงแล้วเพราะที่ปฏิบัติมา เจ้าของผู้ให้เช่าเป็นผู้มาเก็บค่าเช่าเองโดยมิได้ถือเอาตามสัญญา จำเลยไม่ได้ยกข้อเท็จจริงอันนี้ขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นไว้ และฟ้องก็ไม่ได้บรรยายว่าผู้ให้เช่าเป็นผู้ไปเก็บค่าเช่าเองจริง จึงไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.208 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.324 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.559 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้ง ๓ สำนวนนี้โจทก์คนเดียวกันยื่นฟ้องจำเลยแต่ละสำนวนด้วยข้อความเหมือนกันว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๓๖ รวมทั้งบ้านเลขที่ ๑๙๔,๑๙๔/๑ และตึกแถวเลขที่ ๑๙๔/๒ ถึง ๑๙๔/๙ ในที่ดินดังกล่าวโดยรับซื้อฝากจากเจ้าของเดิมและขาดสิทธิแก่โจทก์ โจทก์ได้ให้ทนายมีหนังสือแจ้งให้จำเลยผู้อยู่ในตึกแถวเลขที่ ๑๙๔/๖,๑๙๔/๘ และ ๑๙๔/๙ ทราบถึงการเป็นเจ้าของ โจทก์ได้ฟ้องขับไล่จำเลย ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะได้ความว่าจำเลยเช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ตั้งแต่โจทก์รับซื้อฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งตึกแถวเลขที่ ๑๙๔/๖,๑๙๔/๘ และ ๑๙๔/๙ นี้จากเจ้าของเดิมเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๐๒ จำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์ นายชัยวัฒน์ผู้แทนโจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญา จำเลยแต่ละคนก็มีหนังสือส่งค่าเช่าทางธนาณัติเป็นค่าเช่าเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๐๗ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๐๗ ถึงนายชัยวัฒน์ ถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ ครั้งติดต่อกัน ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ ๑๙๔/๖, ๑๙๔/๘ และ ๑๙๔/๙ ให้จำเลยแต่ละคนชำระค่าเช่าและค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน ๒,๐๖๐ บาท และต่อไปเดือนละ ๕๐ บาท จำเลยทั้ง ๓ สำนวนให้การเป็นอย่างเดียวกันว่า โจทก์ได้ฟ้องจำเลยครั้งหนึ่งตามคดีของศาลแพ่งแดงที่ ๒๐๐๖/๒๕๐๖, ๒๐๐๘/๒๕๐๖ และ ๒๐๐๙/๒๕๐๖ และคดีถึงที่สุด จำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า จำเลยชำระ โจทก์ไม่ยอมรับเอง จำเลยจึงส่งไปทางธนาณัติ เรื่องค่าเช่านี้ก็เป็นอันสิ้นสุดไปแล้ว จำเลยไม่ได้ผิดสัญญา โจทก์ฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้ง ๓ สำนวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารทั้ง ๓ สำนวนออกจากอาคารพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างให้โจทก์รวม ๒,๐๖๐ บาท ค่าเสียหายเดือนละ ๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากห้องพิพาท ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับขุนอาทรผู้ให้เช่าเดิม จำเลยมีหน้าที่ที่จะต้องนำเงินค่าเช่าไปชำระให้แก่โจทก์ ฉะนั้น การที่จำเลยส่งค่าเช่าไปชำระแก่โจทก์และทนายโจทก์ทางธนาณัติ โจทก์และทนายโจทก์ไม่ยอมรับเช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบ จำเลยตกเป็นฝ่ายผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า ๒ คราวติดกัน เมื่อโจทก์ได้ให้ผู้แทนบอกกล่าวเลิกการเช่าให้จำเลยและบริวารออกไปจากสถานที่เช่าแล้ว จำเลยไม่ออกไป โจทก์จึงฟ้องขับไล่ได้ สำหรับค่าเช่าตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๐๓ ถึง พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกและจำเลยให้การว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งและคดีถึงที่สุดแล้วจริง ซึ่งศาลแพ่งก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าการเช่าของจำเลยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และเรื่องค่าเช่าคดีนี้ก็เป็นอันสิ้นสุดไปแล้วนั้น ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนคดีแพ่งของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๐๐๖/๒๕๐๖, ๒๐๐๘/๒๕๐๖, ๒๐๐๙/๒๕๐๖ ปรากฏว่า ศาลได้วินิจฉัยว่าการเช่าของจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ เห็นได้ชัดว่า ศาลในคดีนั้นมิได้วินิจฉัยหรือชี้ขาดในเรื่องค่าเช่าตึกพิพาทระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๐๓ ถึงเดือน พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ไว้อย่างใดเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้ชำระค่าเช่าในระยะเวลาดังกล่าวให้ขุนอาทรซึ่งเป็นผู้ให้เช่าคนเดิมก่อนกรรมสิทธิ์ในตึกพิพาทตกมาเป็นของโจทก์โดยเด็ดขาด แต่โจทก์ได้ให้นายชัยวัฒน์ทนายแจ้งการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของโจทก์ในตึกพิพาทไปยังจำเลยเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๐๓ จากนั้นไปจำเลยจึงมีหน้าที่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาเช่าได้มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะที่ปฏิบัติมา เจ้าของผู้ให้เช่าเป็นผู้มาเก็บค่าเช่าเอง โดยมิได้ถือเอาตามสัญญานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยมิได้ยกข้อเท็จจริงอันนี้ขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นและตามฟ้องข้องข้อ ๕ ของโจทก์ก็หมายถึงแต่เพียงว่าจำเลยได้มีหนังสือมาถึงโจทก์เช่นนั้นจริง มิได้บรรยายว่าผู้ให้เช่าเป็นผู้ไปเก็บค่าเช่าเองจริง จึงไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998 - 1000/2509 นายประมุข สุวรรณศิลป์ สุวรรณศิลป์ บุตรผู้เยาว์ โจทก์ สิบเอก ต.ชนะ ส่วนช่วย ที่ 1 นางนันทยา แก้วแสง ที่ 2 จำเลย นายประมุข สุวรรณศิลป์ สุวรรณศิลป์ บุตรผู้เยาว์ โจทก์ นางมณฑา หอมวิไล จำเลย นายประมุข สุวรรณศิลป์ สุวรรณศิลป์ บุตรผู้เยาว์ โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความสุวรรณศิลป์ - นายประมุข สุวรรณศิลป์ · โจทก์ - บุตรผู้เยาว์ · 1 - สิบเอก ต.ชนะ ส่วนช่วย ที่ · จำเลย - นางนันทยา แก้วแสง ที่ 2 · สุวรรณศิลป์ - นายประมุข สุวรรณศิลป์ · โจทก์ - บุตรผู้เยาว์ · จำเลย - นางมณฑา หอมวิไล · สุวรรณศิลป์ - นายประมุข สุวรรณศิลป์ · โจทก์ - บุตรผู้เยาว์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเสนีย์ วาทิน · ศาลอุทธรณ์ - นายฉลาด ไชยชาญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 591/2531ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 763/2484ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา