⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 710/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การค้าในตึกพิพาท แม้จะให้ภริยาทำการค้า ก็ถือเป็นการค้าของจำเลย และการสืบพยานเพิ่มเติมในข้อเท็จจริงที่ได้สืบไว้แล้วและไม่ทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ถือเป็นการประวิงคดี

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขายก๋วยเตี๋ยว กาแฟ น้ำแข็ง ในตึกพิพาทจดทะเบียนการค้า มีลูกจ้าง 5- 6 คน มีตู้อาหาร โต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งกิน ดังนี้ หาใช่ว่าเป็นการค้าเล็กน้อยไม่ แม้จำเลยจะไม่ทำการค้าในตึกพิพาท แต่ให้ภริยาทำ ก็ถือว่าเป็นการค้าของจำเลย จำเลยสืบพยานไปแล้ว 6 ปาก เป็นทำนองเดียวกัน ในเรื่องภริยาจำเลยทำการค้า จำเลยจะขอสืบเพิ่มเติมในข้อที่จำเลยเช่าอยู่อาศัยซึ่งไม่มีอะไรจะสืบนอกเหนือจากที่สืบไว้แล้ว แม้ปล่อยให้สืบก็จะไม่ทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป เช่นนี้ ย่อมเป็นการประวิงคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.160 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.187 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์ทำการค้าครบกำหนดแล้วก็ไม่ออกไป ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า เช่าตึกแถวพิพาทเพื่ออยู่อาศัย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำการค้าโดยขายก๋วยเตี๋ยวกาแฟและน้ำแข็งในตึกพิพาท จดทะเบียนการค้าและค้าติดต่อกันมาจำเลยมีลูกจ้าง ๕ - ๖ คน มีตู้อาหารโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งกินอยู่หลายตัวฟังได้ว่ากิจการค้าของจำเลยหาใช่การค้าเล็กน้อยไม่ การที่จำเลยไปค้าขายต่างจังหวัดเป็นเวลานานจึงจะกลับมาครั้งหนึ่ง แม้จำเลยจะไม่ทำการค้าในตึกพิพาทเอง โดยให้ภริยาทำ ก็ถือว่าเป็นการค้าของจำเลยเอง การที่จำเลยและครอบครัวใช้ตึกพิพาทชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย ก็เพื่อความสะดวกในการควบคุมและดำเนินการค้าจึงฟังไม่ได้ว่าตึกพิพาทเป็นเคหะ การที่ศาลชั้นต้นไม่ยอมให้จำเลยสืบพยานตามบัญชีระบุพยานเพิ่มเเติมของจำเลยก็โดยปรากฏว่าจำเลยยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ ระบุพยานเพิ่มเติม ๓ คน โดยคนหนึ่งเป็นพยานที่จะต้องส่งประเด็นไปสืบ ศาลชั้นต้นจดรายงานว่า สอบจำเลยเรื่องพยานที่อ้างใหม่และพยานที่จะส่งประเด็นไปสืบ จำเลยแถลงว่า จะขอสืบในข้อที่จำเลยเช่าอยู่อาศัย สืบข้อนี้ข้อเดียวหมดทุกปาก ข้ออยู่อาศัยจำเลยสืบมาแล้ว ๖ ปาก ศาลชั้นจเห็นว่าเป็นการฟุ่มเฟือยและประวิงคดีมากกว่า จึงไม่อนุญาตให้จำเลยอ้างพยานเพิ่มเติม ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยได้สืบพยานไปแล้วถึง ๖ ปาก เป็นทำนองเดียวกัน ในเรื่องภริยาของจำเลยทำการค้าขายก๋วยเตี๋ยวและเครื่องดื่ม ที่จำเลยจะขอสืบเพิ่มเติมนั้น จำเลยว่าจะสืบในข้อที่จำเลยเช่าอาศัย มิได้ค้า จึงไม่มีอะไรสืบนอกเหนือไปจากที่สืบไว้แล้ว จะเป็นการนำสืบซ้ำซากไป แม้จะปล่อยให้สืบก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป เป็นการประวิงคดีให้ชักช้า ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นไม่ยอมให้จำเลยสืบต่อไปจึงเป็นการชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2508 พลตำรวจตรีหลวงพิสิฐวิทยาการ โจทก์ นายเล็กเคี้ยง แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลตำรวจตรีหลวงพิสิฐวิทยาการ · จำเลย - นายเล็กเคี้ยง แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไสล วรรณพินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4964/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 108/2538ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1384/2518ฎีกา 1969/2515ฎีกา 536/2536ฎีกา 2752/2537ฎีกา 62/2539ฎีกา 196/2523ฎีกา 20/2536ฎีกา 1603/2551ฎีกา 9117/2539ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1162/2515ฎีกา 687/2493ฎีกา 583/2506ฎีกา 1350/2495ฎีกา 70/2518ฎีกา 695/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา