⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1544/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1544/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิยกข้อต่อสู้ว่าโจทก์หลอกลวงให้เซ็นสัญญา แม้ลายมือชื่อในสัญญาจะเป็นของจำเลยก็ตาม และจำเลยสามารถนำสืบหักล้างข้ออ้างของโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ จำเลยต่อสู้ว่าไม่เคยทำสัญญากู้ ไม่เคยรับเงินจากโจทก์ หากลายมือในสัญญากู้เป็นลายมือจำเลย ก็ขอต่อสู้ว่า โจทก์หลอกลวงให้เซ็น เมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้ว จำเลยย่อมนำสืบหักล้างได้ตามข้อต่อสู้ อย่างน้อยจำเลยก็อาจที่จะอ้างตนเองเบิกความปฏิเสธการกู้เงินรายนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยจากจำเลยตามสัญญากู้ จำเลยต่อสู้ว่า ไม่เคยทำสัญญากู้ ไม่เคยรับเงินจากโจทก์ หากลายมือในสัญญากู้เป็นของจำเลยจริง ก็ขอต่อสู้ว่าโจทก์หลอกลวงให้จำเลยเซ็น วันชี้สองสถาน จำเลยตรวจดูสัญญากู้แล้วแถลงว่า จำเลยไม่ได้กู้เงิน ลายเซ็นในสัญญากู้ก็ไม่ใช่ลายเซ็นของจำเลย เมื่อเช่นนี้ศาลชั้นต้นจึงเห็นว่า ข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า ถูกหลอกลวง ไม่มีประเด็นที่จะสืบ ประเด็นมีว่า จำเลยกู้เงินตามฟ้องหรือไม่ ให้โจทก์นำสืบก่อน ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จ จำเลยขอให้ส่งต้นสัญญากู้เงินไปให้ผู้ชำนาญของกรมตำรวจพิสูจน์ลายเซ็นของผู้กู้ ผู้ชำนาญพิสูจน์แล้วลงความเห็นในบันทึกการตรวจพิสูจน์ว่า ลายเซ็นในช่องผู้กู้เป็นลายเซ็นของจำเลย ส่งมายังศาล จำเลยจึงแถลงว่า จะขอสืบพยานจำเลยต่อไป แต่ศาลชั้นต้นว่า จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ไม่ได้รับเงิน เป็นการปฏิเสธลอย ๆ จำเลยไม่มีประเด็นสืบ จึงงดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาว่า จำเลยได้กู้เงินของโจทก์ไป และดอกเบี้ยตามฟ้องจริง ให้จำเลยให้ต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างรวม ๔๔,๐๐๐ บาท กับให้ใช้ดอกเบี้ยอีกปีละ ๔,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๐ จนกว่า จะชำระเงินเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นตัดประเด็นไม่ให้สืบพยานจำเลยต่อไปชอบแล้ว เพราะจำเลยให้การปฏิเสธลอย ๆ ว่าไม่ได้กู้เงินจากโจทก์ พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปจริงตามฟ้อง พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ก็ชอบที่จะให้จำเลยนำสืบหักล้างได้ตามข้อต่อสู้ เพราะอย่างน้อยจำเลยก็อาจที่จะอ้างตนเองเบิกความปฏิเสธกู้เงินรายนี้ได้ ส่วนข้ออื่นจำเลยจะสืบได้หรือไม่เพียงไร ก็สุดแล้วแต่จำเลยจะสืบว่าอย่างไร หากไม่เป็นประเด็น จำเลยก็สืบไม่ได้เองอยู่ในตัว แต่เมื่อจำเลยอาจที่จะอ้างตนเองเป็นพยานได้เช่นนี้ การที่ศาลชั้นต้นด่วนตัดมิให้จำเลยสืบทีเดียวนั้น จึงหาชอบไม่ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1544/2503 จ่านายสิบผล ศิริทรัพย์ โจทก์ นายลิ่มฮี้ แซ่อึ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่านายสิบผล ศิริทรัพย์ · จำเลย - นายลิ่มฮี้ แซ่อึ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทักษ์มนูศาสตร์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายจอง วิชัยยะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 2307/2518ฎีกา 170/2546ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 2135/2518ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 72/2505ฎีกา 4007/2552ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1302/2535ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 7012/2543ฎีกา 8087/2543ฎีกา 582/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา