⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 303/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจวินิจฉัยพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบว่าเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่ และหากศาลเห็นว่าพยานหลักฐานที่นำสืบมานั้นไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ก็สามารถสั่งงดสืบพยานจำเลยและนัดฟังคำพิพากษาได้.

ย่อคำพิพากษา

ศาลมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัยพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติ ได้หรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญากู้ที่โจทก์อ้างส่งเป็นพยานหลักฐานที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานจำเลย และนัดฟังคำพิพากษาได้กรณีของโจทก์ไม่อาจขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้และดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และจำเลยไม่ได้ทำสัญญากู้ โจทก์นำสืบก่อน โจทก์นำพยานเข้าสืบได้ 3 ปาก อ้างส่งหนังสือยินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีและสัญญากู้รวม 2 ฉบับ โจทก์แถลงหมดพยานศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยานจำเลยนัดฟังพิพากษา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าถึงแม้โจทก์แถลงหมดพยานโจทก์ศาลชั้นต้นจะต้องสืบพยานจำเลยต่อไป โจทก์อาจดำเนินการขอให้เจ้าหน้าที่สรรพากรปิดอากรแสตมป์และเสียเงินเพิ่มได้ การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานจำเลย แล้วพิพากษาคดีเป็นการรีบด่วนเกินไปไม่เปิดโอกาสให้โจทก์ดำเนินการปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานและพิพากษาใหม่ นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ให้ศาลมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญากู้ที่โจทก์อ้างส่งเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานจำเลยและนัดฟังคำพิพากษาเมื่อโจทก์มิได้จัดการให้เจ้าหน้าที่สรรพากรดำเนินการปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ก่อนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาสัญญากู้ตามฟ้องจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118และกรณีของโจทก์ไม่ต้องด้วยมาตรา 207 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่จะขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2530 นางนงลักษณ์ บุญคง โจทก์ นางสุวคนธ์ เกรียงไกร ณ พัทลุง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนงลักษณ์ บุญคง · จำเลย - นางสุวคนธ์ เกรียงไกร ณ พัทลุง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 2721/2548ฎีกา 2423/2550ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 1896/2492ฎีกา 9117/2539ฎีกา 2049/2528ฎีกา 991/2548ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 199/2535ฎีกา 2987/2517ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1166/2491ฎีกา 2744/2517ฎีกา 5162/2553ฎีกา 410/2493ฎีกา 2077/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ