⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 764/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58 เป็นการเพิ่มโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีหลังได้ แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างมาตรา 58 ในฟ้องก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลจะบอกโทษที่รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58 ได้นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่าให้กล่าวในฟ้อง และมีคำขออย่างไร ต่างกับขอให้เพิ่มโทษ แต่มาตรา 192 ก็ห้ามมิให้พิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง ฉะนั้น โจทก์ต้องกล่าวมาในฟ้องและมีคำขอมาด้วย แต่มาตรา 58 นี้มิใช่เป็นมาตราที่บัญญัติว่าเป็นการกระทำความผิดอันจำต้องอ้างมาตราในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(6) ดังนั้น เมื่อโจทก์ได้กล่าวมาในฟ้องและมีคำขอแล้ว โจทก์จะอ้างมาตรา 58 หรือไม่ ศาลก็บวกโทษที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษในคดีหลังได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.159 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาเฉพาะจำเลยที่ ๓ โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกับพวกสมคับกันเล่นการพนันคู่คี่ ก่อนคดีนี้เป็นจำเลยที่ ๓ ทำผิดพระราชบัญญัติการพนันมา ๒ ครั้ง ครั้งแรกจำคุก ๒ เดือน ปรับ ๔๐๐ บาท โทษจำคุกรอ ๓ ปี ครั้งที่ ๒ ปรับ ๒๐๐ บาท โทษจำคุกรอ ๓ ปี ครั้งที่ ๒ ปรับ ๒๐๐ บาท พ้นโทษคดีทั้งสองยังไม่ครบ ๓ ปี มาทำผิดคดีนี้อีก ขอให้เพิ่มเติมโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน ฯ และบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษเข้ากับโทษจำคุกคดีนี้ จึงขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๘๕ มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๘๕ มาตรา ๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๓ ตามาตราที่โจทก์ขอ จำคุก ๔ วัน ปรับ ๑๐๐ บาท แต่ข้อขอให้บวกโทษจำคุกที่รอไว้โจทก์ไม่ได้อ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๘ อันเป็นบทที่ให้อำนาจศาลเมื่อโจทก์ไม่มีคำขอท้าย ศาลก็ไม่บวกให้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้เอาโทษ ๒ เดือนของจำเลยที่ ๓ ที่รอไว้มารวม เป็นจำคุก ๒ เดือน ๕ วัน ปรับ ๑๐๐ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลจะบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่า ให้โจทก์กล่าวในฟ้องและมีคำขออย่างไร ต่างกับการให้เพิ่มโทษฐานไม่เเข็ดหลาบตามมาตรา ๑๕๙ ที่บัญญัติให้กล่าวมาในฟ้อง แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ ก็ห้ามมิให้พิพากษาหรือสั่งเกินคำขอ หรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง ตามนัยนี้ การบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ตามมาตรา ๕๘ โจทก์ก็ต้องกล่าวมาในฟ้องและมีคำขอมาด้วย สำหรับคดีนี้โจทก์กล่าวมาในฟ้องและมีคำขอแล้ว คงขาดแต่มิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๘ เช่นนี้ ศาสฎีกาเห็นว่า มาตรา ๕๘ มิใช่เป็นมาตราที่บัญญัติว่าเป็นการกระทำความผิดอันจำต้องอ้างมาตรามาในฟ้องดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ (๖) บัญญัติไว้ เมื่อโจทก์ได้กล่าวมาในฟ้องและมีคำขอแล้ว โจทก์จะอ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๘ หรือไม่ ศาลที่พิพากษาคดีหลังก็บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2508 อัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว โจทก์ นายบัวพา ปรีสุริดานันท์ กับพวกรวม ๕ คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว · จำเลย - นายบัวพา ปรีสุริดานันท์ กับพวกรวม ๕ คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเขียว - นายจำรัส ทัพแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายเช้า เฉลิมช่วง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498ฎีกา 4328/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา