⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 775/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 775/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สิทธิของผู้รับโอนที่ดินติดจำนองย่อมมีสิทธิไถ่ถอนจำนองได้ โดยผู้รับโอนต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนเอง 2. การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกเหนือจากประเด็นที่คู่ความยกขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น ไม่ทำให้ประเด็นนั้นกลายเป็นประเด็นข้อกฎหมายที่สามารถฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทซึ่งติดจำนองให้แก่ผู้ร้องสิทธิจำนองย่อมติดไปกับที่พิพาทด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 จึงเป็นสิทธิของผู้ร้องจะไถ่จำนองในฐานะผู้รับโอนที่พิพาทมาก็ได้ ถ้าหากผู้ร้องประสงค์จะไถ่ถอนแล้วก็จำต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนเองจะถือเอาการที่ต้องไถ่จำนองเองเป็นค่าตอบแทนการโอนหาได้ไม่ ข้อที่ว่าโจทก์ชอบที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการการยกให้เสียก่อนนั้นเมื่อมิได้ยกขึ้นว่ากันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลสูงก็ย่อมไม่หยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเลยไปว่าแม้โจทก์จะมิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนเสียก่อน ศาลก็มีอำนาจชี้ขาดได้นั้นไม่ทำให้เป็นประเด็นในปัญหาข้อกฎหมายชั้นอุทธรณ์ที่ผู้ร้องจะฎีกาต่อมาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.736

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ จำเลยแพ้คดีโจทก์ โจทก์นำยึดทรัพย์ที่ดินของผู้ร้องซึ่งรับโอนมาจากจำเลย โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของผู้ร้องรับโอนจากจำเลย โดยผู้ร้องตกลงชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่จำเลยจำนองสหกรณ์ไว้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การโอนที่พิพาทเป็นการยกให้โดยเสน่หาข้อที่ผู้ร้องว่าช่วยชำระหนี้จำนองแทนจำเลยนั้น หาใช่ค่าตอบแทนไม่จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นนอกจากที่นาพิพาท แสดงว่าจำเลยโอนโดยไม่สุจริต ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การโอนรายนี้มิได้มีค่าตอบแทน การที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทซึ่งติดจำนองสหกรณ์ให้แก่ผู้ร้อง สิทธิจำนองย่อมติดไปกับที่พิพาทด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 จึงเป็นสิทธิของผู้ร้องจะไถ่จำนองในฐานะเป็นเจ้าของผู้รับโอนที่พิพาทมาก็ได้ ถ้าหากผู้ร้องประสงค์จะไถ่ถอนแล้วก็จำต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนเองผู้ร้องจะถือการที่ต้องไถ่จำนองเองเป็นค่าตอบแทนการโอนหาได้ไม่ กรณีเป็นเรื่องการยกให้โดยเสน่หาอยู่นั่นเอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ถ้าหากกรณีเป็นการทำให้โดยเสน่หา เพียงแต่ลูกหนี้เป็นผู้รู้ฝ่ายเดียวเท่านั้นก็พอแล้วที่จะขอเพิกถอนได้ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าผู้ร้องรู้หรือไม่ว่าการโอนจะทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า โจทก์ชอบที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้เสียก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเลยไปว่า แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมเสียก่อน ศาลก็มีอำนาจชี้ขาดในชั้นนี้ได้นั้นไม่ทำให้เป็นประเด็นในปัญหาข้อกฎหมายชั้นอุทธรณ์ที่ผู้ร้องจะฎีกาต่อมาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 775/2508 นางทองพูน อัมพวา หรือกิมเง็ก แซ่ลิ้ม โจทก์ นายบัว จันทร์พวง จำเลย นางบัวเผื่อน จันทร์พวง ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองพูน อัมพวา หรือกิมเง็ก แซ่ลิ้ม · จำเลย - นายบัว จันทร์พวง · ผู้ร้อง - นางบัวเผื่อน จันทร์พวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1536/2500ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3136/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 5423/2553ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 635/2511ฎีกา 805/2506ฎีกา 310/2534ฎีกา 9571/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา