⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 816/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สินสมรสของสามีภริยาที่สมรสกันก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใช้บังคับ แบ่งส่วนของสามี 2 ใน 3 และของภริยา 1 ใน 3 * สามีภริยาสามารถทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินที่เป็นสินบริคณห์ให้แก่ผู้อื่นได้เฉพาะส่วนของตนเท่านั้น * ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมสามารถเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมได้ เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติห้ามไว้เป็นพิเศษ * การครอบครองทรัพย์สินโดยไม่มีเจตนาครอบครองย่อมไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น * ผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนโจทก์ มีสิทธิยื่นฎีกาได้ แม้จะได้รับมอบอำนาจภายหลังจากการเสียชีวิตของผู้รับมอบอำนาจเดิม

ย่อคำพิพากษา

สามีภริยาซึ่งทำการสมรสกันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สินสมรสของภริยามีอยู่ 1 ใน 3 และของสามีมีอยู่ 2 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1477 สามีภริยาทำพินัยกรรมยกทรัพย์อันเป็นสินบริคณห์ให้แก่ผู้อื่นได้เฉพาะแต่ที่เป็นส่วนของตนเท่านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1653 ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้เท่านั้น มิได้ห้ามศาลไม่ให้รับฟังคำบุคคลเหล่านี้เป็นพยาน ผู้ที่ครอบครองมิได้มีเจตนาครอบครองที่พิพาทไม่มีทางได้กรรมสิทธิ์ เดิม โจทก์มอบอำนาจให้ไวยาวัจกรดำเนินคดี ต่อมาไวยาวัจกรตาย โจทก์จึงมอบอำนาจให้บุคคลอีกคนหนึ่งดำเนินคดีต่อไปในชั้นฎีกา ผู้รับมอบอำนาจคนหลังจึงมีสิทธิยื่นฎีกาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.801 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1477 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๔๗๖ นางเจียม แซ่นิ้ม ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ที่มีอยู่ในเวลานั้นและที่จะมีต่อไป ให้แก่โจทก์ สามีของนางเจียมรู้เห็นด้วย นางเจียมตายวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๔๗๘ โจทก์ได้เข้าครอบครองมรดกของเจียมทั้งหมดโดยสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลา ๒๕ ปีแล้ว เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๐๑ โจทก์ทำพินัยกรรมของนางเจียมไปขอรับมรดกต่อสำนักงานที่ดิน จำเลยซึ่งมิใช่ทายาทโดยธรรมของนางเจียม นายหลำสามีนางเจียมได้คัดค้านว่า นายหลำได้ทำพินัยกรรมยกสินสมรสของนายหลำสองในสามส่วนในกองมรดกของนางเจียมให้แก่จำเลยตั้งแต่วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๔๘๑ นายสมพลบิดาจำเลยกับพยานในพินัยกรรมได้สมคบกันปลอมพินัยกรรมขึ้นเพื่อแย่งมรดกของนางเจียม นายหลำไม่มีสิทธิในส่วนสินสมรสของตนในกองมรดก ขอให้ศาลพิพากษาทำลายพินัยกรรมของนายหลำ ให้ทรัพย์มรดกของนางเจียมเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องขัดขวางสิทธิของโจทก์ จำเลยให้การว่านางเจียมไม่ได้ทำพินัยกรรมที่โจทก์อ้างในฟ้อง พยานในพินัยกรรมกับพวกได้สมคบกันทำปลอมขึ้นเพื่อเอามรดกของนางเจียม นายหลำนางเจียมเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องเป็นมรดกของนางเจียมเพียงหนึ่งในสาม อีกสองในสามยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนายหลำ หาตกเป็นของโจทก์ไม่ นางเจียมตายแล้ว โจทก์ไม่ได้ครอบครองทีดิน แต่นายหลำครอบครองตลอดมา นายหลำทำพินัยกรรมยกที่ดินตามบัญชีท้ายฟ้องอันเป็นส่วนของนายหลำให้จำเลยแต่ผู้เดียว พินัยกรรมได้ระบุยกเลิกพินัยกรรมที่ยกทรัพย์มรดกให้โจทก์ด้วย ศาลจังหวัดนนทบุรีฟ้องข้อเท็จจริงว่า นางเจียมทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกของนางเจียมให้โจทก์ โดยนายหลำสามีรู้เห็นยินยอมด้วย และคราวเดียวกันนี้นายหลำทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกของนายหลำให้โจทก์ด้วย พิพากษาว่า พินัยกรรมหมาย ล.๑ ไม่มีผลใช้บังคับ ที่นาพิพาททั้ง ๔ แปลงเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่นาพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างนางเจียมนายหลำ นางเจียมมีกรรมสิทธิ์อยู่เพียง ๑ ใน ๓ โจทก์จึงมีสิทธิตามพินัยกรรมเพียง ๑ ใน ๓ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า โจทก์มีสิทธิในที่นาพิพาทตามบัญชีท้ายฟ้องเพียง ๑ ใน ๓ ส่วน ให้ยกคำขอโจทก์ที่ขอให้สั่งทำลายพินัยกรรมของนายหลำ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เดิม โจทก์มอบอำนาจให้นายพลอย มีสงฆ์ ดำเนินคดี ต่อมานายพลอยตายโจทก์จึงมอบอำนาจให้ขุนประมวลรัษฎากรดำเนินคดีต่อไปในชั้นฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าใบมอบอำนาจมีข้อความชัดว่า ให้ขุนประมวลรัฐการมีอำนาจคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แทนนายพลอย ขุนประมวลรัฐการจึงมีสิทธิยื่นฎีกาได้ ทรัพย์พิพาทเป็นที่ดินอันเป็นสินสมรสระหว่างนายหลำนางเจียมซึ่งทำการสมรสกันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สินสมรสอันเป็นส่วนของนายเจียมจึงมีอยู่ ๑ ใน ๓ และของนายหลำมีอยู่ ๒ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๗ เห็นได้ว่าสามีภริยาทำพินัยกรรมยกทรัพย์อันเป็นสินบริคณห์ให้แก่ผู้อื่นได้เฉพาะเท่าที่เป็นส่วนของตนเท่านั้น นางเจียมภริยาจึงมีอำนาจทำพินัยกรรมยกทรัพย์พิพาทให้วัดได้เฉพาะที่เป็นสินบริคณห์อันเป็นส่วนของตนซึ่งมีอยู่ ๑ ใน ๓ เท่านั้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นางเจียมทำพินัยกรรมยกทรัพย์ส่วนของตนที่มีอยู่เพียง ๑ ใน ๓ ให้แก่โจทก์ ส่วนอีก ๒ ใน ๓ อันเป็นส่วนของนายหลำ นายหลำเป็นผู้ทำพินัยกรรมยกให้โจทก์ แต่หลังจากนางเจียมวายชนม์แล้ว นายหลำไม่ประสงค์ยกที่พิพาทตามพินัยกรรมของตนให้แก่โจทก์ต่อไป จึงได้ทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๔๘๑ ยกที่พิพาทอันเป็นส่วนของตน ๒ ใน ๓ ส่วนนั้นให้แก่จำเลย โดยยกเลิกเพิกถอนพินัยกรรมฉบับก่อน ที่โจทก์ฎีกาว่า นายสมพลเป็นผู้จัดการและเป็นผู้รักษาทรัพย์มรดกแทนจำเลยคำของนายสมพลจึงรังฟังเป็นพยานไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๓ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๓ นั้นบัญญัติห้ามผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้เท่านั้น มิได้ห้ามศาลมิให้รับฟังคำบุคคลเหล่านี้เป็นพยาน และคดีนี้นายสมพลก็มิได้เป็นพยานในหนังสือพินัยกรรม เป็นแต่ผู้รู้เห็นในการทำพินัยกรรมเท่านั้น ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ได้ครอบครองทรัพย์พิพาทมากกว่า ๑๐ ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ นั้น เห็นว่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่านายหลำมิได้ยกที่พิพาทให้แก่โจทก์ และโจทก์มิได้มีเจตนาครอบครองที่พิพาทส่วนของนายหลำโจทก์จึงไม่มีทางที่จะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นส่วนของนายหลำ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2508 วัดท้ายเมือง โดยนายพลอย มีสงฆ์ ไวยาวัจกร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางสาวรังสาต พตด้วง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดท้ายเมือง โดยนายพลอย มีสงฆ์ ไวยาวัจกร ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางสาวรังสาต พตด้วง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายศิริ จิระมะกร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 3375/2532ฎีกา 632/2493ฎีกา 4300/2543ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 3293/2530ฎีกา 1451/2512ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 1572/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 6911/2544ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 1170/2505ฎีกา 4470/2543ฎีกา 478/2501ฎีกา 3160/2545ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา