⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 843/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 843/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบและเปิดเผยติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น แม้ผู้รับโอนจะได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต ก็ไม่อาจได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยมากว่า 10 ปี จำเลยจึงเป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยมิได้เสียค่าตอบแทนและการโอนรับมรดกของโจทก์มีพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าโจทก์ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต ถึงแม้โจทก์จะได้รับโอนมาทางทะเบียน โจทก์ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ข้อที่จำเลยขอให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์นั้น เป็นเรื่องพิมพ์ผิดพลาด เมื่ออ่านคำให้การของจำเลยโดยตลอดแล้ว ถือได้ว่าจำเลยขอให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.77 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายมากนางฟักบิดามารดาสามีโจทก์ ยกที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยตลอดมา นายมากนางฟักถึงแก่กรรม แล้วโจทก์ไปขอรับมรดกโอนใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดตราจอง เมื่อ ๒๐ ปี มานี้ได้ให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรอาศัยทำ ต่อมาเดือน ๖ พ.ศ.๒๕๐๔ โจทก์ต้องการคิดค่าเช่านาจากจำเลย จำเลยไม่ตกลงเช่า โจทก์จึงได้เอานาพิพาทให้นายแผนเช่า จำเลยกลับแย่งไถนาพิพาทขอให้ห้ามจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า เดิมนาพิพาทเป็นของนายมากนางฟัก แต่เป็นมรดกตกทอดแก่นายแถมบุตรคนเล็ก เมื่อประมาณ ๓๐ ปีมานี้ นายแถมได้ขายให้จำเลย จำเลยและภริยาครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผย เป็นเวลาติดต่อกันประมาณ ๓๒ ปีแล้ว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายตอนที่จำเลยซื้อนาพิพาทจากนายแถม จำเลยไม่ทราบว่าเป็นที่ดินมีโฉนดตราจอง การที่โจทก์ไปขอรับมรดกใส่ชื่อโจทก์ โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลชั้นต้นฟังว่านายแถมได้ขายให้จำเลยจำเลยครอบครองนาพิพาทโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาติดต่อกันกว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ แม้โจทก์จะไปขอรับมรดกโอนใส่ชื่อโจทก์ในภายหลังก็ไม่ทำให้โจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะโจทก์ได้สิทธิมาโดยไม่สุจริต และมิได้เสียค่าตอบแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผย ติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี จำเลยจึงเป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ข้อที่ว่า โจทก์เป็นผู้ที่ไปขอใบแทนโฉนดตราจองและต่อมาโจทก์ได้โอนรับมรดกเป็นของโจทก์ เห็นว่า โจทก์ได้รับโอนมาโดยมิได้เสียค่าตอบแทนและการโอนรับมรดกของโจทก์มีพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่า โจทก์ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต ถึงแม้โจทก์จะได้รับโอนที่พิพาทมาทางทะเบียน โจทก์ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ข้อที่จำเลยขอให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์นั้น เป็นเรื่องพิมพ์ผิดพลาดเมื่ออ่านคำให้การของจำเลยโดยตลอดแล้ว ถือได้ว่าจำเลยได้ขอให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนจำเลยนั่นเอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 843/2508 นางแป้ง มากเหลือ โจทก์ นายช้วน มากเหลือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแป้ง มากเหลือ · จำเลย - นายช้วน มากเหลือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · กิตติ สีหนนทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 17393/2555ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1739/1739ฎีกา 231/2482ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 377/2536ฎีกา 3601/2526ฎีกา 5640/2541ฎีกา 72/2505ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา