คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วได้ หากข้อเท็จจริงนั้นเป็นประเด็นสำคัญในการวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดี
- ศาลฎีกาสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในการพิมพ์ตัวเลขจำนวนเงินในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้เอง โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์หักเงินจากที่ศาลชั้นต้นบังคับให้จำเลยชำระให้โจทก์ เป็นการหักซ้ำ เพราะศาลชั้นต้นได้เคยหักเงินจำนวนนี้ไว้แล้ว ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เงินที่ศาลชั้นต้นหักเป็นคนละจำนวนกับที่ศาลอุทธรณ์หัก จึงไม่เป็นการหักซ้ำ แต่ศาลฎีกายังมีอำนาจวินิจฉัยต่อไปได้ว่า ศาลอุทธรณ์ไม่ควรหักเงินจำนวนนั้นเพราะพยานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่าจำเลยติดหนี้เงินจำนวนนั้น
คำพิพากษาของศาลชั้นต้นพิมพ์จำนวนเงิน 5,312 บาทผิดเป็น 5,213 บาท ศาลฎีกาแก้ให้ถูกต้องได้เองโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกราคาปลาสวาย ซึ่งโจทก์ขายให้จำเลยรวม ๖ ครั้ง เป็นเงิน ๖,๓๕๒ บาท จำเลยต่อสู้ว่าไม่เคยติดค้างเงินเลย และสู้ข้ออื่นอีก
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยติดค่าปลาที่โจทก์ส่งให้ ๖ ครั้ง เป็นเงิน ๕,๒๑๓.๕๐ บาท (ความจริงควรเป็น ๖,๓๕๑.๕๐ บาท) ให้จำเลยชำระเงิน ๕,๒๑๓.๕๐ บาท
จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ว่าไม่เคยเป็นหนี้โจทก์
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น เว้นแต่การส่งปลาครั้งที่ ๓ ซึ่งศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์ได้ส่งให้จำเลยศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ไม่ได้ส่งปลาครั้งนี้ให้จำเลย จึงพิพากษาแก้ให้ หักเงินค่าปลาครั้งนี้จำนวน ๑,๑๔๔ บาทออกเสีย คงให้จำเลย ชำระ ๔,๐๖๙.๕๐ บาท
โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกาว่าศาลอุทธรณ์หักค่าปลาครั้งที่ ๓ จำนวน ๑,๑๔๔ บาท จากจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระ เป็นการหักซ้ำ เพราะศาลชั้นต้นได้หักเงินนี้ครั้งหนึ่งแล้ว ขอให้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ศาลชั้นต้นหักค่าปลาที่ส่งกันครั้งที่ ๑ จำนวน ๑,๐๔๐ บาท ส่วนศาลอุทธรณ์หักค่าปลาที่โจทก์ส่งครั้งที่ ๓ จำนวน ๑,๑๔๔ บาท ไม่ใช่หักเงินจำนวนเดียวซ้ำสองครั้ง ดังโจทก์ฎีกา และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า พยานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่าโจทก์ได้ส่งปลาครั้งที่ ๓ ราคา ๑,๑๔๔ บาทให้จำเลย จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้เงินจำนวนนี้ให้โจทก์ แต่ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงิน ๕,๒๑๓.๕๐ บาทนั้น เป็นการพิมพ์คำพิพากษาผิดพลาด ที่ถูกควรเป็น ๕,๓๑๒ บาท จึงให้จำเลยชำระเงิน ๕,๓๑๒ บาทให้โจทก์ โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2509
นายบุญรอด ไข่สนอง โจทก์
นางทองหยด งามละม้าย ที่ 1
นางเหลี่ยม สุขหมอก ที่ 2
นายสำเริง สนสิน ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญรอด ไข่สนอง · 1 - นางทองหยด งามละม้าย ที่ · 2 - นางเหลี่ยม สุขหมอก ที่ · จำเลย - นายสำเริง สนสิน ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายบันลือ รัตนทัศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทองคำ จารุเหติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา