⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1063/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาชั้นที่สุดที่ยังมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทใดๆ ย่อมไม่เป็นที่ผูกพันคู่ความในคดีต่อมา และคู่ความสามารถยกประเด็นนั้นขึ้นมาวินิจฉัยใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยพิพาทกันในคดีก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยได้ขายฝากที่พิพาทไว้กับโจทก์และจำเลยมิได้ไถ่คืนภายในกำหนดเวลา ที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์ จำเลยได้อุทธรณ์ต่อมา แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่ายังไม่จำต้องพิจารณาว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นของโจทก์ผู้ให้เช่าหรือไม่ ถือว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อันเป็นคำพิพากษาชั้นที่สุดยังมิได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว จำเลยจึงยกขึ้นต่อสู้และขอให้วินิจฉัยใหม่ในคดีนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 (อ้างฎีกาที่ 1276/2494)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายฝากที่พิพาทไว้แก่โจทก์ พ้นกำหนดแล้วไม่ไถ่คืน ที่พิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เมื่อจำเลยขายฝากแล้วได้เช่าที่พิพาทจากโจทก์แล้วก็ไม่ชำระค่าเช่า จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ คราว ติด ๆ กัน โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป ได้บอกเลิกการเช่าและให้จำเลยออกไปจากที่เช่าแล้ว จำเลยก็ไม่ยอมออก การที่จำเลยยังขืนอยู่ต่อไปในที่เช่าจึงเป็นการละเมิด ขอให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยต่อสู้และฟ้องแย้งว่าที่พิพาทเป็นของภริยาจำเลย จำเลยไม่เคยขายฝากที่พิพาทแก่โจทก์ สัญญาขายฝากเป็นโมฆะ เพราะเป็นการแสดงเจตนาด้วยสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า จำเลยได้แบ่งกรรมสิทธิ์มาเกิน ๑ ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ต่อมาจำเลยแถลงขอถอนฟ้องแย้ง ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยได้ขายฝากที่พิพาทไว้กับโจทก์ และพ้นกำหนดไถ่ถอนแล้ว ที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์ จำเลยค้างค่าเช่าเกินกว่าสองคราวติด ๆ กัน และโจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่า จะอ้างว่าครอบครองโดยปรปักษ์ไม่ได้ ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามเกี่ยวข้อง และให้รื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปให้พ้นที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลได้พิพากษาชี้ขาดในสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๔๐๒/๒๕๐๕ ซึ่งโจทก์จำเลยพิพาทกันมาแล้วว่า จำเลยได้ขายฝากที่พิพาทให้โจทก์ และมิได้ไถ่ถอนภายในกำหนด ที่พิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ประเด็นข้อนี้ถึงที่สุดไปแล้ว จะรื้อฟื้นขึ้นมาวินิจฉัยใหม่อีกไม่ได้ โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยขืนอยู่จึงเป็นการอยู่โดยละเมิด โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่ได้ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นที่ว่าจำเลยได้ขายฝากที่พิพาทไว้กับโจทก์ และจำเลยมิได้ไถ่คืนภายในกำหนดเวลา ที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์นั้น มิได้ยุติเพียงศาลชั้นต้น จำเลยได้อุทธรณ์ต่อมา แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ยังไม่จำต้องพิจารณาว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นของโจทก์ผู้ให้เช่าหรือไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์อันเป็นคำพิพากษาชั้นที่สุดจึงยังมิได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวจำเลยจึงยกขึ้นต่อสู้และขอให้วินิจฉัยใหม่ในคดีนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ดังนัยฎีกาที่ ๑๒๗๖/๒๔๙๔ และเห็นว่าจำเลยได้ขายฝากที่พิพาทไว้แก่โจทก์ และหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์แล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2509 นายสาย กัมพลานนท์ โจทก์ นายไข่ พลสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสาย กัมพลานนท์ · จำเลย - นายไข่ พลสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายเสงี่ยม สันติวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 464/2497ฎีกา 129/2501ฎีกา 26/2524ฎีกา 1280/2492ฎีกา 886/2515ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 3649/2525ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 4832/2536ฎีกา 82/2512ฎีกา 226/2532ฎีกา 1008/2510ฎีกา 7631/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา