คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134-1135/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำพิพากษาคดีอาญามีผลผูกพันคู่ความในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยเฉพาะจำเลยและโจทก์ผู้เสียหาย
2. ศาลมีอำนาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด แม้โจทก์จะมีส่วนผิดร่วมด้วยก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้นแม้คดีอาญาโจทก์จะมิใช่คู่ความ แต่เมื่อจำเลยเป็นคู่ความ ศาลก็ต้องฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญาผูกพันจำเลย เมื่อโจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีอาญาซึ่งอัยการได้ฟ้องจำเลย โจทก์จำเลยก็ต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีอาญานั้นด้วย
ในกรณีละเมิดซึ่งโจทก์ผู้หนึ่งมีส่วนผิดอยู่ด้วย แต่โจทก์อีกผู้หนึ่งมิได้มีส่วนทำผิดร่วมด้วยนั้น ในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ผู้มิได้มีส่วนผิด แม้จะไม่นำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 มาใช้ แต่ศาลก็มีอำนาจพิจารณาพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดของจำเลยและกำหนดค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 438 ได้ คือ เมื่อมีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยต้องรับผิดเต็มตามความเสียหายทั้งหมดแต่ผู้เดียวศาลก็ไม่จำต้องให้จำเลยต้องรับผิดเต็มตามความเสียหายนั้นเสมอไป.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน
โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเรียกค่าเสียหายในการที่รถยนต์ของนายทองนอกโจทก์ชนรถยนต์ของจำเลย โดยนายทองนอกเรียกค่าซ่อมแซมและเสื่อมราคารถ ๒๕,๘๓๐ บาท คุณหญิงเล็กฯโจทก์เรียกค่ารักษาและค่าทนทุกข์ทรมาน ๑๔,๐๘๕.๕๐ บาท
จำเลยต่อสู้ว่า ฟ้องเคลือบคลุม และโจทก์เป็นฝ่ายผิด
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุมคำพิพากษาคดีอาญาชี้ขาดเป็นยุติแล้วว่าจำเลยเป็นฝ่ายต้องรับผิดในการชนกันครั้งนี้ จึงต้องถือตาม แต่นายทองนอกโจทก์ก็มีส่วนผิดอยู่บ้างที่ขับรถเร็วจึงกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้นายทองนอกโจทก์ ๑๓,๔๒๐ บาท และคุณหญิงเล็กฯโจทก์ ๖,๘๓๒.๖๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗. ? ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้อง
โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ในคดีอาญาโจทก์จะมิใช่คู่ความ แต่เมื่อจำเลยเป็นคู่ความในคดีอาญานั้นแล้ว ศาลก็ต้องฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญาผูกพันจำเลย แต่อย่างไรก็ดี โจทก์ทั้งสองเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ในคดีอาญา ถือว่าอัยการฟ้องคดีที่โจทก์เป็นผู้เสียหายนั้นเอง โจทก์จำเลยจึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีอาญานั้น
แต่ที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายให้แก่คุณหญิงเล็กฯโจทก์ โดยเห็นว่าคุณหญิงเล็กฯ โจทก์มิได้มีส่วนทำผิดร่วมกับนายทองนอกโจทก์ด้วย จำเลยจึงต้องรับผิดต่อคุณหญิงเล็กฯ ตามควรแก่พฤติการณ์โดยไม่มีทางลดหย่อนให้ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลไม่จำต้องพิจารณาเปรียบเทียบความผิดของจำเลยกับนายทองนอกโจทก์เพื่อกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้แก่คุณหญิงเล็กฯ โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๒ เพราะคุณหญิงเล็กฯ โจทก์มิได้ทำความผิดให้เกิดเสียหายขึ้นด้วยก็ตาม แต่ในการกำหนดค่าเสียหายนั้น ศาลย่อมพิจารณาพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดของจำเลยในการทำให้เกิดความเสียหายตามมาตรา ๔๓๘ ได้ เมื่อมีเหตุไม่ควรให้จำเลยต้องรับผิดเต็มตามความเสียหายทั้งหมดแต่ผู้เดียว ศาลก็ไม่จำต้องให้จำเลยต้องรับผิดเต็มตามความเสียหายนั้นเสมอไป จึงกำหนดค่าเสียหายให้แก่คุณหญิงเล็กฯ โจทก์เพียง ๕,๐๐๐ บาท
พิพากษาแก้เฉพาะค่าเสียหายจำนวนนี้.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134 - 1135/2509
นายทองนอก นิตยสุทธิ์ โจทก์
นายโอกาศ สาครวาสี จำเลย
คุณหญิงเล็ก อินทราธิบดีสหราชรองเมือง โจทก์
นายโอกาศ สาครวาสี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองนอก นิตยสุทธิ์ · จำเลย - นายโอกาศ สาครวาสี · โจทก์ - คุณหญิงเล็ก อินทราธิบดีสหราชรองเมือง · จำเลย - นายโอกาศ สาครวาสี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา