⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1248/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดที่เกิดจากโทสะซึ่งสงบลงแล้ว และจำเลยได้มีโอกาสคิดไตร่ตรองตัดสินใจก่อนกระทำผิด ถือเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่จำเลยเกิดเรื่องกับผู้เสียหายในเวลาประชุม ซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยโกรธแค้น จำเลยออกจากที่ประชุมแล้วการประชุมยังมีต่อไป จนภายหลังเลิกการประชุม และผู้คนมาประชุมกลับไปเกือบหมดแล้ว จำเลยจึงมาทำร้ายผู้เสียหาย ซึ่งการทำขั้นนี้มิได้เกิดจากโทสะพลุ่งขึ้นเฉพาะหน้าแล้วทำร้าย แต่เป็นกรณีเกิดโทสะแล้วไปเกิดความคิดที่จะทำร้ายเขาในภายหลัง และเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยจะต้องคิดไตร่ตรองตัดสินใจอย่างหนักในการตกลงใจกระทำผิด ในกรณีนี้การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำผิดโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายปรีชา ลีลาโคตร์ โดยเจตนาฆ่าให้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่มีผู้อื่นมาขัดขวาง จำเลยจึงฆ่านายปรีชาไม่ได้ เพียงแต่ทำร้ายนายปรีชาบาดเจ็บสาหัสประกอบด้วยทุกขเวทนากล้า ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติเกินกว่า ๒๐ วัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙,๘๐,๒๙๗ และริบมีดของกลาง จำเลยให้การว่า ได้ทำร้ายนายปรีชาจริง แต่ไม่มีเจตนาฆ่าหรือไตร่ตรองไว้ก่อนหรือพยายามฆ่า สาเหตุเนื่องจากจำเลยบันดาลโทสะโดยถูกนายปรีชาข่มเหงอย่างร้ายแรงในขณะจำเลยเป็นภิกษุอยู่ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ศาลอาญาพิจารณาแล้วฟังได้ว่าจำเลยพยายามฆ่านายปรีชาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ วางโทษจำคุก ๑๖ ปี ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยไว้ ๘ ปี มีดของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่พอที่จะชี้ว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่า คงลงโทษจำเลยได้เพียงฐานทำร้ายร่างกายถึงสาหัส จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗(๘) วางโทษจำคุก ๕ ปี ลดรับตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเกิดเรื่องกับนายปรีชาในเวลาประชุม ซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยโกรธแค้นนายปรีชา จำเลยออกจากที่ประชุมไปแล้ว การประชุมก็ยังมีต่อไปจนภายหลังเลิกการประชุม และผู้คนที่มาประชุมกลับไปเกือบหมดแล้ว จำเลยจึงมาทำร้ายนายปรีชา ศาลฎีกาเห็นว่า การทำร้ายมิได้เกิดจากโทสะพลุ่งขึ้นเฉพาะหน้าแล้วทำร้าย แต่เป็นกรณีที่เกิดโทสะ แล้วไปเกิดความคิดไตร่ตรองตัดสินใจอย่างหนักในการตกลงใจกระทำผิด ในกรณีนี้จึงเป็นการกระทำผิดโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙ (๔) จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2509 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสิงพณ สมจิตโตหรือถึกคุ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสิงพณ สมจิตโตหรือถึกคุ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสัญชัย สัจจวานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 619/2513ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531ฎีกา 414/2529ฎีกา 6675/2531ฎีกา 643/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา