⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1260/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ดอกเบี้ยที่นำมาทบเป็นเงินต้นได้ ต้องเป็นดอกเบี้ยที่ค้างชำระมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี การตกลงให้ชำระดอกเบี้ยล่วงหน้าเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

ดอกเบี้ยที่จะเอามาทบเป็นเงินต้นได้ ต้องเป็นดอกเบี้ยที่ค้างชำระมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี การที่เอาดอกเบี้ยมาทบต้นตั้งแต่แรกกู้เงินโดยยังไม่ค้างชำระเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายมาตรา 655 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยยอมชำระดอกเบี้ยล่วงหน้าแก่โจทก์ถ้าเป็นดอกเบี้ยที่ไม่เกินอัตราตามกฎหมาย โจทก์ก็ย่อมเรียกร้องเอาได้ เพราะข้อตกลงนี้ไม่ขัดต่อกฎหมาย ถ้าเกินอัตราตามกฎหมาย ข้อตกลงเรียกดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๑๐,๘๐๐ บาท สัญญาผ่อนชำระเดือนละ ๕๕๐ บาท จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยผ่อนชำระให้โจทก์เพียง ๑,๓๐๐ บาท โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๒๑ เดือน ๑๒ วัน ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องและตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระก็ให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน จำเลยทั้งสองให้การร่วมกันว่า ได้กู้เงินและค้ำประกันหนี้ตามฟ้องของโจทก์ แต่ได้ทำสัญญาเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญแห่งหนี้กันใหม่ โดยจำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนจำนองบ้านไว้กับโจทก์ หนี้ตามฟ้องจึงระงับไปด้วยการแปลงหนี้ใหม่ โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตามหนี้จำนอง หมดสิทธิเรียกร้องหนี้ตามสัญญากู้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงิน ๗,๗๐๐ บาท และดอกเบี้ยค้างชำระ ๑,๐๒๙.๗๘ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องต้นเงินที่โจทก์ฎีกาว่าเอาดอกเบี้ย ๑,๘๐๐ บาทเข้าไปรวมกับต้นเงินที่มอบให้จำเลยไป ๙,๐๐๐ บาทนั้น เมื่อโจทก์เบิกความว่ามอบเงินให้จำเลยไป ๙,๐๐๐ บาท ก็ต้องฟังว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ ๙,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยที่จะเอามาทบเป็นเงินต้นได้ต้องเป็นดอกเบี้ยที่ค้างมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี จึงจะตกลงกันให้เอามาทบต้นได้ การที่โจทก์เอาดอกเบี้ยมาทบต้นตั้งแต่แรกกู้เงิน โดยยังไม่ได้ค้างชำระเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๖๕๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงคิดเป็นต้นเงินที่จะให้จำเลยชำระไม่ได้ ดอกเบี้ยจำนวน ๑,๘๐๐ บาทที่จำเลยยอมชำระให้โจทก์นี้ ถ้าเป็นดอกเบี้ยที่ไม่เกินอัตราตามกฎหมาย โจทก์ย่อมเรียกร้องเอาได้ เพราะข้อตกลงนี้ไม่ขัดต่อกฎหมาย เมื่อคำนวณดูแล้วเป็นดอกเบี้ยถึงร้อยละ ๒๐ เกินอัตราตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๔๗๕ ข้อตกลงเรียกดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น ต้องตัดดอกเบี้ยที่ตกลงให้จำเลยใช้ ๑,๘๐๐ บาทนี้ออก คงเหลือแต่เงินต้น ๙,๐๐๐ บาท จำเลยผ่อนชำระต้นเงินไปแล้ว ๑,๓๐๐ บาท ต้นเงินจึงเหลือ ๗,๗๐๐ บาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2509 นายสุเทพ วงศ์พูลสุข โจทก์ นายทองเริ่ม อบเชย ที่ 1 ร้อยโทชื่น ใจอ่อนน้อม ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุเทพ วงศ์พูลสุข · 1 - นายทองเริ่ม อบเชย ที่ · จำเลย - ร้อยโทชื่น ใจอ่อนน้อม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ · เกษม ทิพยจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3287/2530ฎีกา 2886/2545ฎีกา 11645/2554ฎีกา 10022/2553ฎีกา 1968/2537ฎีกา 7229/2552ฎีกา 1854/2493ฎีกา 1339/2516ฎีกา 6988/2545ฎีกา 554/2513ฎีกา 8322/2544ฎีกา 1238/2502ฎีกา 2558/2533ฎีกา 2728/2517ฎีกา 4941/2539ฎีกา 1169-1170/2509ฎีกา 1195/2511ฎีกา 896/2547ฎีกา 10889/2546ฎีกา 3081/2545ฎีกา 7666/2552ฎีกา 4963/2536ฎีกา 2881/2537ฎีกา 67/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา